ปังมาก!ขายสถานทูตอังกฤษที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเริ่มต้น 1.9 หมื่นลบ.

65

รัฐบาลอังกฤษขายสถานทูตในกรุงเทพฯ หัวมุมถนนวิทยุในราคาเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ให้กับ “ฮ่องกงแลนด์” นับเป็นการขายที่ราคาแพงเป็นประวัติการณ์ จนทั่วโลกให้ความสนใจ 

            เป็นอีกประกาศขายที่ดินที่ต้องถือได้ว่าฮือฮาที่สุดในประเทศ จนสำนักข่าวระดับโลกอย่าง BBC ให้ความสนใจ โดยรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศอังกฤษ ได้ขายสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษที่กรุงเทพมหานคร ให้กับฮ่องกงแลนด์ ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการลงทุนและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง จาร์ดีน แมธทีสัน และเซ็นทรัล กรุ๊ป ในราคา 420 ล้านปอนด์ หรือราว 19,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาแพงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และราคาขายดังกล่าว ถือว่ามีมูลค่าสูงเกือบถึงครึ่งหนึ่งของงบประมาณหลักประจำปี จำนวน 1.2 พันล้านปอนด์ (ราว 54,000 ล้านบาท) ของสำนักงานการต่างประเทศและเครือจักรภพ  โดยเงินที่ได้ทางกระทรวงต่างประเทศอังกฤษจะนำไปใช้ในการปรับปรุงสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรทั่วโลก

นายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษกล่าวว่า สำหรับเจ้าหน้าที่สถานทูตอังกฤษในไทยจะต้องย้ายไปยังที่ทำการใหม่ในอาคารเอไอเอ สาธรทาวเวอร์ภายในปี 2562 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเพื่อเป็นการส่งเสริมความร่วมมือทางค้าและความสัมพันธ์ทวิภาคีในไทยและทั่วภูมิภาค

นายบอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ (กลาง)

นายไซมอน แม็คโดนัลด์ ปลัดสำนักงานการต่างประเทศและเครือรัฐจักรภพ กล่าวว่า การตัดสินใจนี้ “นับเป็นมูลค่าที่ดีที่สุดสำหรับผู้เสียภาษี” ภายใต้ “สภาพแวดล้อมทางการคลังที่ตึงตัว”

สำหรับสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำกรุงเทพฯ ถือเป็นอาคารที่มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลที่เก่าแก่และสวยงาม ภายในมีสวนพันธุ์ไม้เขตร้อน สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1922 (พ.ศ.2465) ซึ่งในขณะนั้นถือได้ว่าเป็นเขตรอบนอกของกรุงเทพ อย่างไรก็ตาม สิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ส่วนใหญ่ภายในอาณาเขตของสถานเอกอัครราชทูตไม่ได้ถูกใช้งานแล้ว และอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมและหากต้องปรับปรุงอาคารครั้งใหญ่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล

โดยหลังจากทางกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษขายสถานทูตที่กรุงเทพฯแล้ว อนุสาวรีย์สมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรีย ที่ตั้งอยู่ภายในสถานทูต จะยังคงอยู่ตามเดิม เพียงแต่อนุสาวรีย์รำลึกสงครามจะเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่สถานทูตอังกฤษที่ใหม่

อนุสาวรีย์รำลึกสงครามโลกครั้งที่ 2
อนุสาวรีย์สมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรีย

รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวต่ออีกว่า อังกฤษเป็นผู้นำในเวทีโลก และตนหมายมั่นว่าจะต้องให้นักการทูตของอังกฤษมีเครื่องมือซึ่งจำเป็นต่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ นั่นรวมถึงการมีที่ทำงานที่ทันสมัย ปลอดภัย และเหมาะกับการทำงาน โดยไม่ใช่เฉพาะที่กรุงเทพฯ เท่านั้น แต่รวมถึงทั่วโลกด้วย

สำหรับความเป็นมาของสถานทูตอังกฤษนั้น นายเลิศ เศรษฐบุตร (พระยาภักดีนรเศรษฐ) บิดาแห่งการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกรุงเทพฯ คือ ผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนาพื้นที่ย่านวิทยุและเพลินจิต ท่านได้ที่ดินผืนใหญ่แห่งนี้มาเมื่อพ.ศ. 2458 และริเริ่มการพัฒนาที่ดินยุคเริ่มแรกของเมืองหลวงด้วยการวางแผนที่รอบคอบและมุ่งมั่น นายเลิศวางแผนการแบ่งขายแปลงที่ดินอย่างพิถีพิถัน หนึ่งในผู้ที่มาซื้อที่ดินไป คือ รัฐบาลอังกฤษที่สร้างสถานเอกอัครราชทูตบนที่ดินซึ่งซื้อมาเมื่อพ.ศ. 2465 รวมถึงนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายครอบครัวที่สร้างที่พำนักอาศัยซึ่งตกทอดมาถึงรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน

เครดิตภาพจากเพจ British Embassy และเว็ปไซต์ต่างประเทศ

ที่มาข่าว สำนักข่าว BBC