อ่วม!ปตท.เมินอุ้มราคาก๊าซ จ่อขึ้นค่าโดยสารรถเมล์-แท็กซี่ 10%

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้ม

ประชาชนว่าไง? อ้างต้นทุนเพิ่ม TDRI หาข้อสรุป กรมการขนส่งทางบกชงต่อให้ “อาคม” จรดปากกา ขึ้นราคาค่าโดยสารรถสาธารณะ หลังปตท.ปฏิเสธอุ้มราคาก๊าซ

Advertisement

นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างค่าโดยสารสาธารณะว่า ขณะนี้ที่ปรึกษาได้สรุปผลการศึกษาแนวทางการปรับค่าโดยสารมาแล้ว คาดว่าภายในเดือน ส.ค.นี้ จะสามารถเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายขนส่ง ซึ่งมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เพื่อพิจารณาแนวทางการปรับโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ หากได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม ขบ.จะเสนอตามขั้นตอนให้คณะกรรมการชุดอื่นกลั่นกรองต่อไป ดังนั้นภายในปีนี้คงได้เห็นความชัดเจนของโครงสร้างราคาใหม่

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ ในส่วนของกรณีที่กระทรวงคมนาคมยื่นข้อเสนอให้กับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อขออุดหนุนค่าเชื้อเพลิงก๊าซเอ็นจีวีให้กับรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ที่ให้บริการรับใช้ประชาชน ในรูปแบบการลดราคาก๊าซเหลือ 10 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 14.29 บาทต่อกิโลกรัมนั้น ล่าสุดได้รับรายงานว่า ปตท. ตอบปฏิเสธกลับมาแล้ว เนื่องจากเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป ดังนั้นหลังจากนี้ต้องรายงานฝ่ายนโยบาย เพื่อหาแนวทางอื่นต่อไป

นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ด้าน ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI กล่าวว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสรุปผลการปรับโครงสร้างค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ คาดว่าจะเสนอให้ ขบ.ได้เร็วๆ นี้ สำหรับแนวทางการคิดค่ารถแท็กซี่และรถเมล์ใหม่นั้น เน้นไปที่การปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน จึงมีทางเลือกการปรับราคาหลายรูปแบบ เช่น การคิดค่าโดยสารตามเวลาเดินทาง หรือการคำนวณค่าโดยสารเพิ่มเมื่อจราจรติดขัด

รายงานข่าวกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ผลการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะนั้น พบว่าค่าโดยสารรถเมล์ในปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งค่าเชื้อเพลิง ค่าจ้าง และค่าซ่อมบำรุง เป็นต้น จึงจำเป็นต้องลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจเดินรถ ส่งผลให้คุณภาพตกต่ำ และประชาชนไม่ใช้บริการไปกระทบกับรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยท้ายที่สุดแล้วต้องทยอยเลิกกิจการไป ดังนั้นจึงได้เสนอปรับโครงสร้างค่าโดยสารรถเมล์เพิ่มขึ้น 10%-15% จากราคาปัจจุบัน

ขณะที่ผลศึกษาการปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่นั้นจะปรับเพิ่มขึ้น 10% โดยแยกค่าใช้จ่ายเป็นสองส่วน 1.ค่าโดยสารตามระยะทาง 2.ค่ารถติด 50 สตางค์ต่อนาที ใช้วิธีคิดราคาตามเวลาที่เดินทางจริงร่วมกับเวลารถติด ตัวอย่างเช่นใช้บริการแท็กซี่ระยะทาง 5 กม. มีค่าโดยสารตามระยะทาง 50 บาท ทว่าช่วงดังกล่าวมีปัญหารถติดเสียเวลาเดินทางมากกว่าเวลาปกติ 20 นาที ก็อาจจะคิดเพิ่มไปอีกนาทีละ 10 บาท ทำให้ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าโดยสารทั้งหมด 60 บาท เป็นต้น

ดังนั้น จึงพบว่าอัตราค่าโดยสารใหม่ในพื้นที่รถไม่ติดราคาจะเพิ่มขึ้น 3-4% ส่วนพื้นที่รถติดค่าโดยสารจะเพิ่มขึ้นราว 9% ควบคู่ไปกับการเสนอให้ขบ.ออกมาตรการตัดแต้มแท็กซี่จากคะแนนเต็มที่ 100 คะแนน พร้อมกำหนดบทลงโทษ 1-5 แต้มยังไม่พักใบอนุญาต 6-10 แต้มพักใบสองสัปดาห์ 11-15 แต้มพักใบสี่สัปดาห์ 16-20 แต้มพักใบแปดสัปดาห์และ 21 แต้มขึ้นไปสั่งเพิกถอนใบอนุญาต