ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จับมือภาครัฐ-เอกชน จัดงาน ASEAN SUSTAINABLE ENERGY WEEK 2017

ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จับมือภาครัฐ-เอกชน จัดงาน ASEAN SUSTAINABLE ENERGY WEEK 2017 แสดงนวัตกรรมด้านพลังงานครบวงจร และการประชุมด้านพลังงานที่ใหญ่และครบครันที่สุดในอาเซียน ชูจุดเด่นประเทศไทยก้าวสู่ยุค พลังงาน 4.0

Advertisement

ท่ามกลางภาวะความผันผวนของราคาพลังงานที่ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก และกระแสความตื่นตัวด้านความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ องค์กรต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในประเทศและภูมิภาครวมพลังอนุรักษ์และประหยัดหลังงานมากขึ้น ทั้งยังมองไกลถึงอนาคตสู่การเรียนรู้เรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีชั้นนำด้านพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านพลังงานทดแทน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ให้ความสนใจ งานASEAN Sustainable Energy Week 2017 จะเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกหน่วยงาน และผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม เพราะงานนี้ได้รวบรวมที่สุดแห่งนวัตกรรมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมไว้อย่างครบวงจรในที่เดียว

นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่างาน
ASEAN Sustainable Energy Week 2017 จะเป็นอีกงานระดับนานาชาติที่สำคัญที่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ควรพลาด เพราะเป็นงานเดียวที่แสดงนิทรรศการทางด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยิ่งใหญ่และครบครันที่สุดในภูมิภาคอาเซียน รวบรวมเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่ทันสมัยที่สุด ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มลูกค้าได้ในทุกมิติอย่างครบถ้วน

“จากนโยบายภาครัฐในการผลักดันอุตสาหกรรมเข้าสู่ยุค พลังงาน 4.0 ทำให้เกิดกระแสตื่นตัวทั้งในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรและบริษัทเอกชนต่าง ๆ ทุกกลุ่มต่างรอคอยที่จะเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านพลังงาน ในปีนี้งาน ASEAN Sustainable Energy Week เป็นการรวม 3 งาน ที่มีความสำคัญและครบวงจรด้านพลังงาน มาไว้ในงานเดียวกัน ได้แก่ Renewable Energy Asia, Entech Pollutec Asia และ Energy Efficiency Expoจึงได้ขยายพื้นที่ การจัดแสดงงานในปีนี้ เพิ่มขึ้นอีก 25% ซึ่งคาดว่า จะมีผู้ประกอบการจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 15,000 รายจาก 35 ประเทศเข้าร่วม ผู้ชมงานกว่า 27,000 คนจาก 45ประเทศ” นายมนูกล่าว

ทั้งนี้ งานนี้ได้รับการสนับสนุนผสานความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอดระยะเวลาที่จัดงานมากว่า 12 ปี จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ. หรือ EGAT) หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บัณฑิตวิทยาลัยร่วม ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (JGSEE) และภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้ได้มีการแสดงโชว์เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อตอบโจทย์การแข่งขันทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น แผงโซลาร์เซล พลังงานลม พลังงานชีวมวล ก๊าซชีวภาพ เครื่องมือกักเก็บพลังงาน การบริหารจัดการพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หลอดไฟประหยัดพลังงาน การติดตั้งศูนย์เครือข่ายกลาง (Data Center) ระบบควบคุมมลพิษทางอากาศ ระบบบริหารจัดการนำดีน้ำเสีย ระบบผลิตน้ำเพื่อการบริโภค นวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ภายในงาน ยังจัดให้มีกิจกรรมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ สัมมนาระดับนานาชาติรอบด้าน ในหัวข้อหลัก 4 หัวข้อประกอบด้วย “Renewable Energy Asia 2017: Moving Towards ASEAN Smart Cities”, “EPPO ASEAN Energy Forum”, “Electric Vehicle Technology Conference: Innovation for Sustainable Mobility”, และ งานสัมมนาวิชาการ “สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย ก้าวไกลสู่อุตสาหกรรม 4.0” และยังมี สัมมนาย่อย อื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกกว่า 80 สัมมนา อีกทั้งมีพาวิลเลียนชั้นนำ จาก 12 ประเทศมาร่วมจัดแสดงในครั้ง อาทิ จาก สหรัฐอเมริกา เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ จีน ไต้หวัน อิสราเอลและเกาหลี

ทั้งนี้เป้าหมายของรัฐบาลไทยที่จะลดระดับการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ ไม่เกิน
ร้อยละ 50 ในปี พ.ศ. 2579 ทำให้ทุกหน่วยงานตื่นตัวในการปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่การทำธุรกิจที่ยั่งยืน ลดการใช้พลังงานที่สามารถหมดไป ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านพลังงาน ทางยูบีเอ็มจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน และได้จัดงานแสดงด้านพลังงานทดแทนและสิ่งแวดล้อมขึ้นมาโดยตลอดเพื่อโจทย์ของทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และนักวิชาการ และใช้งานนี้เป็นเวทีสำคัญเพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเชื่อมโยงให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางด้านการพัฒนาพลังงานและสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคอาเซียน

ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เพื่อเดิมตามแผนโรดแมปของกระทรวงพลังงานที่ได้จัดทำแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 – 2579 (Energy Efficiency plan : EEP2015) เพื่อให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าหมายหลักคือ การลดความเข้มของการใช้พลังงานลงร้อยละ 30 ในปี พ.ศ.2579 เมื่อเทียบกับปี 2553 ทางกระทรวงได้มุ่งเน้นที่จะมีส่วนร่วมในการเดินตามแผนงานดังกล่าว โดยผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่ กลยุทธ์บังคับ กลยุทธ์ความร่วมมือ และกลยุทธ์สนับสนุน ในการปลูกจิตสำนึกแก่ ภาคอุตสาหกรรม ภาคอาคารธุรกิจ ภาคที่อยู่อาศัย และภาครัฐ ให้เกิดการเรียนรู้ ปรับตัว และพัฒนาสู่ยุค พลังงาน 4.0 อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ สำนักนโยบายและแผนพลังงาน ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพของการจัดประชุมสัมมนาภายในงาน ภายใต้หัวข้อ “ EPPO ASEAN ENERGY FORUM ” ในระหว่างวันที่ 8-9 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะมีการนำองค์กรเครือข่ายของแต่ละประเทศในภูมิภาค มาถ่ายทอดประสบการณ์องค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทน รวมถึงอัพเดทนโยบาย แผนพัฒนาพลังงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน และการอนุรักษ์ของแต่ละประเทศ เพื่อให้ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้นำกระบวนการคิดดังกล่าวไปต่อยอดสู่การพัฒนาแบบองค์รวมด้านการพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน มากไปกว่านั้นยังมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ผู้ประกอบการด้านพลังงานของไทยได้รับทราบข้อมูลและแผนพัฒนา ด้านพลังงานของกลุ่มประเทศในอาเซียน เพื่อนำมากลั่นกรอง
คิด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ASEAN Sustainable Energy Week 2017 งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมด้านพลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน จัดร่วมกับงานRenewable Energy Asia Entech Pollutec Asia และ Energy Efficiency Expo จัดขึ้นในระหว่าง
วันที่ 7-10 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.asew-expo.com