น้ำหลาก-ฝนหนักจัดเต็ม!ระดมรับมือ สทนช.บริหารเขื่อนพร้อมเผชิญวิกฤติ

ระดมทุกภาคส่วนรับมือน้ำหลาก สทนช.บูรณาการจัดการบริหารน้ำในเขื่อน เน้นย้ำระวังฝนกระหน่ำซ้ำ จัดแผนรับมือวิกฤติ ขณะที่หลายจังหวัดในภาคกลางเริ่มเตรียมแผนรับมือ ทั้งน้ำเหนือ-น้ำฝน

Advertisement

“นายสมเกียรติ ประจำวงษ์” เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยระบุว่า “ที่ประชุมได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีความจุมากกว่า 50 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยจะต้องคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลเข้า ปริมาณน้ำไหลล้นทางระบายน้ำล้น พร้อมให้เสนอแผนเผชิญภาวะวิกฤติ แผนระบายน้ำ ตลอดจนแผนที่แสดงผลกระทบจากการระบายน้ำกรณีระบายน้ำปริมาณต่างๆ รวมทั้งให้บริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำที่มีความจุเกิน 80% และมีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบส่งเกณฑ์การควบคุมระดับน้ำอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้ สทนช. เพื่อใช้สำหรับติดตามกำกับต่อไป

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

นอกจากนี้ ได้ให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบระบบควบคุม อาคารบังคับน้ำต่างๆ ให้อยู่ในสภาพดี ใช้การได้ หากพบว่าชำรุด ต้องเร่งซ่อมแซมโดยด่วน รวมทั้งให้จัดทำคู่มือในการตรวจสอบความมั่นคงของอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นใช้เป็นคู่มือมาตรฐานในการตรวจสอบ การบำรุงรักษา และให้กรมทรัพยากรน้ำเชื่อมโยงระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย-ดินถล่ม

ซึ่งระหว่างวันที่ 30 ส.ค.ถึง 1 ก.ย. ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ยจนเกิดฝนตกหนักและตกซ้ำที่เดิม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานตอนบน บริเวณนครพนม หนองคาย มุกดาหาร สกลนคร ภาคเหนือ บริเวณน่าน พะเยา เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังทำให้เกิดฝน จึงต้องเฝ้าระวังและคุมเข้มการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งแต่เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี, เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี, เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีปริมาณน้ำระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุอ่าง ด้วยการเร่งระบายและพร่องน้ำต่อเนื่อง”

ภาพจากแฟ้มข่าว พล.อ. ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ขณะเตรียมแผนรับมือร่วมกับสทนช.

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของปริมาณน้ำฝนช่วง 2-3 วัน จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำในภาคเหนือ อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันจะปรับแผนการระบายน้ำใหม่ใน 2 เขื่อนหลักที่มีน้ำสูงกว่าร้อยละ 90 และฝนตกต่อเนื่องเติมน้ำลงอ่าง เพราะช่วงกลางเดือน ก.ย.จะมีฝนมากขึ้น คือ เขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำอยู่ร้อยละ 93 ระบายน้ำออกวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. จนถึงวันที่ 3 ก.ย. จากนั้น จะปรับการระบายเพิ่มอีกวันละ 5-10 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 58-63 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำอยู่ร้อยละ 90 ระบายน้ำออกวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. จากนั้นจะปรับการระบายเพิ่มอีกวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่กระทบพื้นที่ท้ายน้ำบริเวณแควใหญ่และแม่กลอง

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดในหลายจังหวัดภาคกลาง เริ่มเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การระบายน้ำจากเขื่อนสำคัญๆ และสถานการณ์น้ำเหนือหลาก ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ สทนช. และกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนหนัก โดยในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เตรียมพื้นที่ทุ่งรับน้ำ ขณะที่อีกหลายจังหวัด ทั้งปทุมธานี นนทบุรี ได้เตรียมความพร้อมสำหรับรับมือกับสถานการณ์น้ำ โดยประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ภายในจังหวัด เตรียมการณ์ในด้านต่างๆ และติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุฯ และ สทนช.อย่างใกล้ชิด

 

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้ม