ม.หอการค้าฯเผยดัชนีผู้บริโภคดีขึ้นดอกเบี้ยคงที่ปัจจัยบวกแต่กังวลราคาน้ำมัน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องและอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 64 เดือน ท่ามกลางปัจจัยบวกเรื่องของ การคงอัตราดอกเบี้ย และราคาพืชผลทางการเกษตร ส่วนปัจจัยลบกังวลเรื่องราคาน้ำมัน น้ำท่วม และเศรษฐกิจโตแบบกระจุกตัว

Advertisement

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโคประจำเดือน สิงหาคม โดยระบุว่า การปรับตัวดีขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกรายการในเดือนส.ค.นี้ อยู่ที่ 83.2 จาก 82.2 ในเดือนก.ค. 61 โดยความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องและอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 64 เดือน

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 70.2 จาก 69.1 ในเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสการหางานทำอยู่ที่ 78.3 จาก 77.3 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 101.2 จาก 100.2

โดยมีปัจจัยบวกมาจาก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาส 2/61 เติบโต 4.6%, สภาพัฒน์ คงคาดการณ์ GDP ปีนี้ไว้ที่ 4.5%, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5%, การส่งออกเดือนก.ค.ถือว่ายังขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี, เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และ พืชผลทางการเกษตรหลายรายการเริ่มปรับตัวดีขึ้น

ส่วนปัจจัยลบ ได้แก่ ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับเพิ่มขึ้น, ผู้บริโภคยังรู้สึกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าและกระจุกตัว, สถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม และความกังวลปัญหาสงครามการค้า

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ขณะที่ผลสำรวจภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนส.ค. ทั้งดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่ ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อบ้านหลังใหม่ และดัชนีความเหมาะสมในการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว พบว่าดัชนีทุกตัวเริ่มเข้าใกล้ระดับ 100 โดยเฉพาะดัชนีความเหมาะสมในการซื้อรถยนต์คันใหม่ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 96.3 ทำให้เห็นว่ากำลังซื้อในประเทศมีมุมมองในเชิงบวกมากขึ้น ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในระดับคนชั้นกลางขึ้นไป

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้ม

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะแถลงประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปีนี้อีกครั้ง ในวันที่ 13 ก.ย.61 โดยเบื้องต้นคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้เกินกว่า 4.5% อย่างแน่นอน ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วง 4.6-5% ขณะที่การส่งออก คาดว่าจะขยายตัวได้ราว 8-9% อัตราดอกเบี้ยนโยบาย คาดว่าจะยังอยู่ที่ 1.50% ตลอดทั้งปีนี้ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก จึงไม่มีแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ส่วนกรณีสงครามการค้า เชื่อว่ายังไม่มีผลกระทบอย่างชัดเจนในปีนี้ แต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในปี 62 รวมไปถึงวิกฤติค่าเงิน และปัญหาทางการเมืองในละตินอเมริกา แต่โดยรวมมองว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคถือว่าเข้าสู่ภาวะขาขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มเข้าสู่การเติบโตในระดับปกติได้ราวไตรมาส 2/62