จับตา“นกแอร์” ได้ไปต่อหรือไม่?ก.คมนาคมสอบนอมินี-สถานะขาดทุน

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว

กพท.ไล่บี้ “นกแอร์” ทั้งเรื่องการถือหุ้นแทน หรือ นอมินี รวมถึงสถานะของกิจการจากภาวะขาดทุน หากมีความเสี่ยง อาจยกเลิกการขายตั๋วล่วงหน้า ด้าน “อาคม” ย้ำ “รอรับรายงาน” ผลตรวจสอบทั้งหมด

Advertisement

จากกรณี “นายพาที สารสิน” ออกมาระบุว่ามีการถือหุ้นแทนในสายการบินนกสกู๊ต และอาจกลายเป็นปัญหาการถือหุ้นแบบนอมินี เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นนกสกู๊ตล่าสุดเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา ยังไม่พบปัญหานอมินี แต่ก็ได้ทำหนังสือไปที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอรายละเอียดโครงสร้างผู้ถือหุ้นล่าสุดของนกสกู๊ตมาตรวจสอบ และวิเคราะห์เชิงลึกว่า มีปัญหานอมินี หรือมีคนไทยแอบถือหุ้นแทนต่างชาติหรือไม่ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้สายการบินที่จดทะเบียนในไทยต้องมีคนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า51%

โดยในเรื่องนี้คาดว่าจะสรุปผลตรวจสอบได้ภายในเดือน ก.ย.นี้ หากพบว่าเสี่ยงเข้าข่ายนอมินี จะทำหนังสือเชิญ นายพาที มาสอบข้อเท็จจริงต่อไปว่ามีการถือหุ้นแทนใครหรือไม่อย่างไร หากนายพาทียอมรับว่าถือหุ้นแทนต่างชาติจริงจะต้องดำเนินการตามกฎหมาย และอาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ(เอโอแอล) ของนกสกู๊ตต่อไป

ภาพประกอบจากแฟ้มข่าว

ส่วนปัญหาฐานะทางการเงินของสายการบินนกแอร์ว่า ขณะนี้นกแอร์ประสบปัญหาขาดทุน แต่ยังมีมูลค่าทางการตลาด เพราะยังมีสินทรัพย์ เช่น เครื่องบิน เส้นทางการบินที่ดีอยู่ โดยหลังจากนี้จะต้องจับตาดูว่านกแอร์จะหาผู้ร่วมทุนรายใหม่ได้หรือไม่ มีปัญหาการขาดทุนเพิ่มเติม หรือมีการเลิกจ้างพนักงานหรือไม่ หากพบว่ามีปัญหาเหล่านี้มากขึ้นจนทำให้ฐานะนกแอร์มีความเสี่ยงมากขึ้น กพท.อาจจำเป็นต้องออกมาตรการสั่งให้นกแอร์ชะลอการขายตั๋วล่วงหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบในการเดินทางจากการยกเลิกเที่ยวบินโดยไม่จำเป็น

ซึ่งจากการพิจารณาฐานะของนกแอร์ล่าสุด ยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องสั่งหยุดทำการบิน แต่หากมีปัญหาร้ายแรงจนต้องหยุดบิน กพท.ก็มีมาตรการคุ้มครอง และดูแลผู้โดยสารไว้แล้ว เพราะตามกฎหมายกำหนดให้ทุกสายการบินต้องวางเงินหลักประกันการดูแลผู้โดยสารไว้ที่ กพท.ส่วนหนึ่ง เพื่อใช้ในการชดเชยให้ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการทำการบิน

ด้าน “นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีนกแอร์ว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย(กพท.) จะต้องไปตรวจสอบ และกำกับดูแลการทำธุรกิจของนกสกู๊ตว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ และต้องสรุปรายงานเสนอมาให้ตน รับทราบ แต่จะใช้เวลานานแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าจะต้องตรวจสอบคนที่เกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน