ทุเรียน3จว.ชายแดนใต้หนุนศก.สู่ความหวังใหม่ส่งขายทั่วโลก

สถาบันปิดทองหลังพระฯอนุมัติงบ 50 ล้านบาทส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ตั้งเป้าขยายผลการผลิตให้ได้ไม่น้อยกว่า 3 พันตัน หวังส่งเสริมรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ สร้างแบรนด์ต่อยอดสู่ตลาดโลก

Advertisement

เพราะก็มีดีไม่แพ้จังหวัดไหนๆ ในประเทศไทย สำหรับความพร้อมในพื้นที่ของจังหวัด ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส กับการปลูกทุเรียน ที่ได้ทั้งผลผลิตที่มีคุณภาพ จากสภาพอากาศ และ สภาพดินในพื้นที่ รวมถึงเรื่องของการตลาดซึ่ง “ทุเรียน” ยังคงเป็นพระเอกผลไม้ไทย ยังอยู่ในห้วงเวลาทองคำแห่งการส่งออกทำการตลาดทุเรียนในหลายประเทศทั่วโลก

คณะกรรมการบริหารสถาบันปิดทองหลังพระ ฯ อนุมัติ 50 ล้านบาท พร้อมจับมือกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงมหาดไทยขยายผลการผลิตทุเรียนคุณภาพดีเพื่อการส่งออกให้ได้เป้าหมาย 3,000 ตัน หวังฟื้นฟูเศรษฐกิจ ฐานรากในสามจังหวัดชายแดนใต้ พุ่งเป้าลงที่ตัวเกษตรกรเพื่อสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ พร้อมพัฒนาการสร้างแบรนด์ทุเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้แข็งแกร่งต่อไป

“นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ” ผู้อำนวยการสถาบันปิดทองหลังพระฯ เปิดเผยว่า โครงการต้นแบบพัฒนาทุเรียนคุณภาพดีในจังหวัดยะลาปีแรกทีผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ กล่าวคือเกษตรกร 18 รายที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาผลผลิตทุเรียนจนมีรายได้เพิ่มขึ้นรายละไม่ต่ำกว่า 150,000 บาท ซึ่งภายหลังจากได้เรียนรู้วิธีการดูแลผลทุเรียนและมีการเอาใจใส่อย่างจริงจัง ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการมีรายได้จากทุเรียนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นคิดเป็นสามเท่าต่อต้นเมื่อเทียบกับราคาตลาดและจากการที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังยินดีสนับสนุนด้านการรับซื้อ ทำให้เกิดความมั่นใจในการขยายโครงการดังกล่าว โดยคณะกรรมการปิดทองหลังพระ ฯ อนุมัติให้เพิ่มการดำเนินงานทั้งในยะลา ปัตตานีและนราธิวาส โดยมีเป้าหมายผู้เข้าร่วม 1,250 ราย จำนวนทุเรียน 25,000 ต้น ผลผลิตทุเรียนเกรดเอบี ไม่ต่ำกว่า 3,000 ตัน โดยทางสถาบันปิดทองหลังพระฯจะระดมความร่วมมือจากทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงมหาดไทย”

แนวคิดของการพัฒนาเกษตรกร และการสร้างฐานการผลิตทุเรียนคุณภาพจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกเหนือจากเรื่องของการทุ่มงบประมาณผ่านการบูรณาการจากหน่วยงานต่างๆ ทั้ง สถาบันปิดทองฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังเน้นไปที่ความช่วยเหลือโดยตรงไปยังเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งต้องการยกระดับอาชีพ และความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอีกด้วย

ผู้อำนวยการสถาบันปิดทองหลังพระฯ กล่าเพิ่มเติมในเรื่องนี้อีกด้วยว่า “ นอกเหนือจากโครงการพัฒนาทุเรียนคุณภาพแล้ว สถาบันปิดทองหลังพระ ฯยังจะร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อยกระดับการพัฒนาในทุกพื้นที่ให้สอดคล้องกับความเห็นและความต้องการของประชาชนในแต่ละแห่ง ส่งเสริมอาชีพเกษตรให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นสร้างงานสร้างอาชีพ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้ที่มั่นคง

เรื่องของการส่งเสริมการปลูกทุเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่สร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรมีรายได้ ซึ่งจะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป”

ทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่หลายฝ่ายมุ่งเป้าไปสู่การผลิต และการยกระดับคุณภาพ เพื่อให้เป็นหนึ่งในสินค้าทางการเกษตรที่สำคัญ ช่วยหนุนเศรษฐกิจฐานรากใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เข้มแข็ง เป็นเรื่องที่น่าสนใจ

เพราะดังที่กล่าวมาแล้วด้วยสภาพภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ที่มีความเหมาะสม อีกทั้งพื้นดินใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีความอุดมสมบูรณ์สูง ในอนาคตจึงมีความเป็นไปได้ว่า “ทุเรียน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” จะเป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ทุเรียนคุณภาพที่ออกมาแข่งขันสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับชุมชนในพื้นที่

ก็ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อ ก่อนหน้านี้ไม่นาน ประเทศเพื่อนบ้านยังเข็นทุเรียนยี่ห้อดังออกมาแข่งขันในตลาดโลก จนกลายเป็นทุเรียนที่มีชื่อเสียงติดตลาดระดับสากล และเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันกับ 3 จังหวัดชายแดนใต้ของไทย

เมื่อพื้นดินเดียวกัน สภาพอากาศเดียวกัน จึงเป็นโอกาส ที่ “ทุเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้” จะมีโอกาสได้ออกไปโลดแล่นอวดโฉม อวดรสชาติไปทั่วโลก และเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันเช่นนี้แล้ว ก็มองเห็นอนาคตของความเป็นไปได้ “สู่ความหวังใหม่ ทุเรียนสามจังหวัดชายแดนใต้ของไทย” อาจโด่งดังไปไกลทั่วโลกในอนาคตก็เป็นได้