น้ำหนาว เมืองเหงาๆ แต่เราก็สุขใจ

467

ปลายฝนต้นหนาว หลายคนคงนึกวางแผนโปรแกรมท่องเที่ยวในหลายสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของประเทศ มีคนบอกว่าอากาศยามนี้ต้องขึ้นดอยขึ้นภู กางเต๊นท์ ชมทะเลหมอกยามเช้า พระอาทิตย์ตกยามเย็น แถมถ้าท้องฟ้าเปิดเป็นใจก็คงจะมีโอกาสได้นอนชมทะเลดาว

แต่มีอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งผู้เขียนขอแนะนำ แม้บรรยากาศอาจจะดูเหงาๆ แต่เราเชื่อว่ามันเหมาะสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนอย่างจริงจัง แค่มีหนังสือดีๆซักเล่ม จิบกาแฟรสเข้มๆ ลิ้มรสอาหารพื้นบ้าน ผักเกษตรอินทรีย์ที่มีให้เด็ดเอาข้างรั้ว ฝนปรอยก็นอนดูฝน แดดออก เราก็แค่ใส่รองเท้าคู่ใจออกไปชมสถานที่ท่องเที่ยวแบบชิลๆ ไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใคร

 

ความที่ “น้ำหนาว” เป็นอำเภอซึ่งอยู่ห่างไกลจากเพชรบูรณ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมที่จะไปเที่ยวเขาค้อ และภูทับเบิก เพราะเพียบพร้อมสะดวกสบายเสียมากกว่า บวกกับที่นี่เป็นอำเภอ ซึ่งอยู่ระหว่างเส้นทางสายหลักเพชรบูรณ์-ขอนแก่น จึงกลายเป็นอำเภอทางผ่าน หากจะมีนักท่องเที่ยวก็แค่เพียงบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้รับคำเชิญจาก ชมรมโฮมสเตย์น้ำหนาวให้มาเยี่ยมชมตัวอำเภอและสถานที่ท่องเที่ยว ครั้งนั้นมาทำงานจนไม่มีโอกาสพักผ่อนแบบเต็มๆ และครั้งนี้ได้โอกาสให้กลับมาอีกครั้ง ด้วยความเอื้อเฟื้อของผู้ใหญ่ใจดี “พี่นี” เจ้าของ “บ้านไร่แสนสุข” รีสอร์ทกึ่งโฮมสเตย์ พี่นี คือ ผู้ยอมเทชีวิตคนกรุง มาเดินตามหาความสุขตามเรือกสวนไร่นาที่สร้างจาก 2 มือของตัวเอง

เสียงเพลงคันทรี่ ของ “บ้านไร่แสนสุข” กล่อมเราเบาๆ เมื่อใกล้เวลาเย็นย่ำ แขกผู้มาเยือนและเจ้าของบ้าน ร่วมวงอาหารวงเดียวกัน ดูเป็นภาพที่ไม่คุ้นชินหากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ผักและผลไม้ของที่นี่ปลอดภัย เพราะปลูกเองอยู่ในไร่ ปลูกไว้กินไว้แจกเป็นส่วนใหญ่ เหลือแล้วจึงขาย เหลือจากขายก็แปรรูป

ตกกลางคืน อากาศของที่นี่เย็นสบาย เรียกว่าเย็นสบายตลอดทั้งวันคงไม่ผิดนัก เรื่องจะหวังพึ่งเครื่องปรับอากาศจึงลืมไปได้เลย แถมที่นี่เจ้าของยังมีคำฮิตติดใจผู้เขียนอีกประโยคคือ “มาน้ำหนาว อาบน้ำอุ่น ขาดทุนแย่” แต่ที่แน่ๆมาแล้ว ด้วยบรรยากาศของที่นี่รับรองว่ากำไร ไม่มีขาดทุน

ขณะที่ยามเช้าจะมีหมอกลอยอ้อยอิ่งมาทักทาย เข้ากับกลิ่นหอมของกาแฟสด รสชาติเข้ม ซึ่งปลูกเองภายในไร่  บอกเลยแอบอิจฉาคนที่นี่เมื่อได้มาสัมผัส

นอกจะเป็นเจ้าของไร่แล้ว พี่นี ยังขันอาสาเป็นไกด์จำเป็นให้กับพวกเรา พาไปเที่ยวชม “แกรนด์แคนย่อนน้ำหนาว” น้ำตกตาดหมอกนาคราช และน้ำตกตาดใหญ่ ก่อนที่แวะชมแปลงไม้ดอกไม้ประดับ และแปลงผักอินทรีย์ ตามไร่ต่างๆ ผลผลิตทางการเกษตรของน้ำหนาวถูกส่งไปขายยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ

ระหว่างเดินทางก็แวะจุดชมวิวสวยๆ ที่มีให้เลือกชมอยู่ตลอดเส้นทางถนนภายในอำเภอ นอกจากนี้น้ำหนาวยังมีที่เที่ยวอื่นๆ อีกเช่น ถ้ำใหญ่น้ำหนาว บ้านฟองใต้ จุดเดินทางขึ้นภูกระดึงฝั่งจ.เพชรบูรณ์ เสียดายที่ตอนเราไปยังไม่เปิดให้ขึ้น แต่เส้นทางนี้เหมาะกับขาลุย เพราะเส้นทางชัน และลัดตรงถึงผาหล่มหลัก จุดชมวิวหลักบนภูกระดึงเลยทีเดียว ย่นระยะเวลาเดินทางได้มาก สามารถขึ้นภูกระดึงแบบไปเช้า-เย็นกลับได้

 

ช่วงบ่ายคล้อยรอเวลาเย็นย่ำ เรากลับมาถึงที่พักพร้อมเสบียงผักสดจากไร่ต่างๆ ที่ตลอดทั้งวันเราได้ตระเวนไปเที่ยวชมมา พร้อมทำเป็นอาหารพื้นบ้าน อย่าง ทอดมันหัวปลี และลาบหัวปลี แกงจืดหน่อไม้ และสลัดผัก ส่วนชาวแก๊งค์ที่ชอบสังสรรค์ ก็หอบหิ้วเอาเนื้อสัตว์ที่หาซื้อมาจากตลาดเข้าครัวปรุงเป็นกับแกล้ม

คืนนี้ “บ้านไร่แสนสุข” เปิดครัว สอนวิธีทำแยมเสาวรส แยมมัลเบอร์รี่ อีกหนึ่งผลิตผลของที่นี่ ซึ่งมีแบรนด์ “บ้านไร่แสนสุข” เป็นของตัวเอง ทั้งแยมผลไม้ สบู่ และแชมพู แต่เจ้าของแบรนด์แอบกระซิบว่า ทำแจกซะมากกว่าทำขายจริงๆ เพราะความใจดีที่อยากจะให้ลูกค้า ผู้มาเยือน เพื่อนฝูง ได้รับประทาน ได้ใช้ของที่ทำเองจากไร่ ซึ่งรับประกันว่าปลอดสารพิษแน่นอน

รุ่งเช้าเราลากลับ ก่อนจากกัน เจ้าของ “บ้านไร่แสนสุข” ยังหอบหิ้วเอากล้วย มะละกอ ผลหมากรากไม้ ยัดใส่ท้ายรถอีกเพียบ พร้อมกับบอกกล่าวฝากให้คนกรุงเทพฯได้กินของดีๆบ้าง เราลาจากกันพร้อมกับความอิ่มอกอิ่มใจในน้ำใจไมตรี แม้น้ำหนาวจะเงียบเหงาร้างลาจากนักท่องเที่ยว แต่น้ำใจของคนที่นี่เต็มเปี่ยม และพร้อมมีให้กันเสมอ

บ้านไร่แสนสุข บ้านป่ารวก  อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ โทร 0632142543
เฟสบุ๊ค แฟนเพจ https://www.facebook.com/BaanraiSansuk/

เรื่อง-ภาพ : สหาย สายวารี