NEW GEN กับมุมมองกิจกรรมเพื่อสังคม สู่ CSR แนวใหม่

88

กับมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม เกี่ยวกับกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR ด้วยแนวคิด แบบเดินเข้าหา ทำในแบบที่ถนัด สู่โฉมใหม่แบบเข้าถึง “กิจกรรมเพื่อสังคม ที่ใครๆ ก็ทำได้ไม่ว่าจะเล็กใหญ่ จนหรือรวย”

       เรื่องราวของกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ ที่หลายๆ คนเรียกว่า “CSR” กับบทบาทของภาคเอกชน ที่หลายๆ คนยังมีความเชื่อว่าจะต้องเป็นเรื่องของ “องค์กรใหญ่ๆ” หรือ “บุคคลที่มีชื่อเสียง” เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน กิจกรรม CSR มีมากมายหลายรูปแบบ และเริ่มกระจายตัวลงไปสู่ “องค์กรขนาดเล็ก” และ “บุคคลทั่วๆ ไป” เพราะมีความหลากหลาย และมี “ช้อยท์”ของกิจกรรมให้เลือกมากยิ่งขึ้น

และนี่เป็นอีกหนึ่งในตัวอย่าง ที่แสดงให้เห็นว่า CSR ในปัจจุบันไม่ได้ถูกผูกขาด ผ่านเฉพาะเรื่องของ องค์กรใหญ่ๆ หรือ บุคคลมีชื่อเสียงทางสังคมอีกต่อไป กับ “บวรเดช หล้าแหล่ง” (ปาล์ม)  เจ้าของธุรกิจร้านทองเก่าแก่รุ่นสองแห่งเมืองสองแคว จ.พิษณุโลก ที่ลุกขึ้นมาปลุกกระแสกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบใหม่ กับแนวคิดของการเดินเข้าไปหากิจกรรมที่มีอยู่แล้ว และมีมุมมองที่น่าสนใจ

นายบวรเดช หล้าแหล่ง หรือ ปาล์ม เจ้าของธุรกิจร้านทอง จ.พิษณุโลก

“บวรเดช หรือ ปาล์ม” เล่าให้ฟังว่า “จุดเริ่มต้นที่เข้ามาสู่แนวคิดของการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม เริ่มต้นจาก การมองภาพรวมของสังคม และความต้องการที่แท้จริง ดังนั้นการเริ่มต้นกิจกรรม CSR จึงแทบไม่ต้องไปสร้างอะไรใหม่ๆ เพิ่มเติมขึ้นมา เพียงแต่ปรับแนวคิดที่จะสร้างแล้วหันไปมองเกี่ยวกับการเข้าถึงกิจกรรมที่มีอยู่แล้วแทน โดยเฉพาะการเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมแบบ CSR ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เพราะเนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ย่อมเป็นการง่ายที่จะเดินเข้าหากิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่ มากกว่าการไปหาจัดกิจกรรมใหม่ๆ ในพื้นที่อื่น หรือการสร้าง กิจกรรมใหม่ๆ ที่จะต้องใช้ทรัพยากรที่สูงขึ้น” ปาล์มกล่าว

แนวคิดของกิจกรรม CSR แบบเข้าถึงด้วยการเดินเข้าไปหา กลายเป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับนัก CSR รุ่นใหม่ โดยมุมมองจาก “บวรเดช” ที่เป็นเพียงนักธุรกิจเล็กๆ เจ้าของร้านทองในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก แต่เรื่องของการปรับแผนแนวทางการทำกิจกรรม CSR กลับมีมุมมองที่น่าสนใจ

“บวรเดช” เล่าให้ฟังต่ออีกว่า “จังหวัดพิษณุโลก มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและธรรมชาติมากมาย ถ้าเรารู้จักหยิบจับสิ่งที่มีอยู่มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์อย่างจริงจัง จะสามารถสร้างรายได้ท้องถิ่นและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดได้เป็นอย่างดี เพราะส่วนตัวจบการศึกษามาในด้านนี้ และนี่ก็เป็นอีก CSR ในรูปแบบหนึ่ง ที่น่าสนใจ เป็น CSR แนวใหม่ที่สร้างรากฐานให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เรื่องของ CSR ในพื้นที่แบบการเดินเข้าไปหา ต้องมองจากภาพของตัวเราเองที่มีจิตอาสาเป็นทุนอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ก็ได้รับเกียรติให้เข้าร่วมกับหลากหลายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งในส่วนของความร่วมมือกับภาครัฐ อย่างการเข้าไปร่วมอยู่คณะกรรมการตำรวจประจำจังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่อายุเพียง 25 ปี ซึ่ง ณ จุดนี้ได้ค้นพบว่า เขามีโอกาสได้ช่วยเหลือประชาชน เป็นปากเป็นเสียงให้ชาวบ้านในการประสานงานกับตำรวจ จนกระทั่งต่อมา ได้เพิ่มบทบาทหน้าที่ให้ตัวเองโดยการเข้าไปรับหน้าที่รองนายกสมาคมข่าวภาพ และได้รับความเอื้อเฟื้อจากมูลนิธิร่วมกตัญญู แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าจังหวัดพิษณุโลกของร่วมกตัญญู นี่ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR ในพื้นที่ซึ่งมีอยู่แล้วแต่เดิม โดยไม่ต้องไปสร้างขึ้นใหม่ ซึ่งก็ภูมิใจที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม

และนอกจากเรื่องของกิจกรรมแบบความร่วมมือกับภาครัฐ และภาคของมูลนิธิองค์กรต่างๆ เรื่องของกิจกรรมเฉพาะกิจ ที่เป็นการบรรเทาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของคนในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม กิจกรรมช่วยเหลือสังคมยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อคราวเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ ต.ชุมแสงสงคราม อ.บางระกำ ก็ได้ระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธา จัดทำถุงยังชีพแจกชาวบ้านกว่า 1,000 ถุง และประสานงานนำเงินบริจาคจากมูลนิธิร่วมกตัญญูที่กรุงเทพมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านอีกหลายครัวเรือน นอกจากนี้ยังได้ร่วมกิจกรรมอาสาสมัครสาธารณสุข มอบของและเงินบริจาคให้ผู้ขาดแคลน ช่วยเหลือชาวบ้านผู้ตกทุกข์ได้ยาก ร่วมกิจกรรมกับเหล่าแม่บ้านกองทัพอากาศ และยังได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการสมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งกิจกรรมในลักษณะนี้ถือว่าเป็นกิจกรรมในท้องถิ่นแบบที่สามารถเดินเข้าหาได้เลยเพราะมีรู้ความชำนาญเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว” บวรเดชกล่าว

ด้วยแนวคิดแบบ GEN Z ของนักกิจกรรม CSR จิตอาสาแบบคนรุ่นใหม่ กับมุมมองดีๆ ที่ถูกปรับใช้เอามาเป็น CSR แนวใหม่ กับการเดินเข้าหากิจกรรมที่มีอยู่แล้วแต่เดิม และสามารถกำหนดพื้นที่และกิจกรรมได้ตามความเหมาะสม จึงเป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างที่ดีสำหรับหลายคนที่สนใจก้าวเข้ามาเป็น จิตอาสา เป็นนักกิจกรรมเพื่อสังคม เป็น CSR แบบ NEW GEN ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ที่ไม่ว่าจะเป็นใคร? มีธุรกิจเล็กใหญ่ ก็ไม่สำคัญ ถ้ามีหัวใจที่รักจะทำความดี ก็สามารถทำได้ทันทีอย่างที่ใจต้องการเพื่อพัฒนาและสร้างสรรคสังคม และเป็นแนวคิดการสร้าง กิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR แนวใหม่ ได้เช่นเดียวกัน