เปิดทางบิ๊กตู่นั่งนายกฯ “วิษณุ” แจงชัดไม่ต้องสังกัดพรรค

วิษณุ เครืองาม

“วิษณุ” ยันคนถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ชี้แต่ละพรรคเสนอชื่อได้ไม่เกิน 3 คน แต่ชื่อห้ามซ้ำกัน เผย 7 ธ.ค. ชัดวันปลดล็อค โยนคสช.แจงรายละเอียด

Advertisement

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ระบุว่า ไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นสมาชิกพรรคเลย เพราะพรรคการเมืองสามารถเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคละไม่เกิน 3 คน ก็ไม่ได้ระบุว่า บุคคลนั้นๆต้องเป็นสมาชิกพรรค แต่ถ้าเป็นสมาชิกพรรคอยู่แล้วจะลงสมัครด้วยเลยตั้งแต่แรกก็จะได้หมดเรื่อง
นายวิษณุ กล่าวว่า ตนได้ชี้แจงต่อครม. ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นข้อมูลทางกฎหมายที่ใครๆ ก็รู้อยู่แล้วและเป็นข้อมูลสำหรับทุกพรรคว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ธันวาคม จากนั้นจะมีพระราชกฤษฎีกาให้เลือกตั้ง และหลังจากนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกประกาศภายใน 5 วัน เกินจากนั้นไม่ได้ ซึ่งในประกาศนั้นกกต.จะต้องระบุวันเลือกตั้ง วันสมัครรับเลือกตั้ง สถานที่รับสมัคร และก่อนวันสุดท้ายของการรับสมัครส.ส. พรรคจะต้องเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ พรรคจะเสนอ 1 ชื่อ 2 ชื่อ หรือ 3 ชื่อก็ได้ แต่เสนอชื่อซ้ำกันไม่ได้ เพราะเมื่อเซ็นยินยอมให้กับใคร พรรคใดแล้วจะเซ็นให้กับพรรคอื่นอีกไม่ได้
“ผมอธิบายเพื่อให้รู้ไทม์มิ่ง ว่าจังหวะเวลาจะเป็นช่วงใด ดังนั้นในวันสมัคร ส.ส.ไม่ต้องมีชื่อนายกฯก็ได้ แต่เมื่อถึงวันปิดรับสมัคร ส.ส. จะเสนอชื่ออีกไม่ได้”
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนการพูดคุยกับบรรดาพรรคการเมืองในวันที่ 7 ธ.ค.นี้นั้น ยังไม่ทราบจะมีการพูดคุยในเรื่องอะไรบ้าง ทราบแต่ว่าทางคสช.จะเป็นผู้เตรียมในเรื่องของสถานที่และเนื้อหาที่จะพูดคุย ส่วนกกต.เป็นผู้เชิญบรรดาพรรคการเมือง ซึ่งเจตนาของการพูดคุยกันครั้งก็เนื่องจากมีคำถามใดๆ ที่พรรคการเมืองเคยพบกับกกต.แล้วถามกกต. แต่ทางกกต.ตอบไม่ได้ ให้ไปถามคสช.ก็จะมาถามกันในวันนั้น หรือพรรคการเมืองหรือผู้เข้าประชุมมีความเห็นอะไรที่จะเสนอแนะก็สามารถเสนอมาได้ ส่วนจะทำตามหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง นอกจากนี้ในส่วนของคสช.เองจะบอกให้บรรดาพรรคการเมืองรู้ในเรื่องของโรดแมปที่ชัดเจนขึ้น ที่เคยพูดกันมาตั้งแต่การปลดล็อคไปจนถึงการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาและอื่นๆ ซึ่งบางอย่างคสช.กำหนดเองไม่ได้ กกต.เป็นผู้กำหนด แต่ก็จะมาช่วยกันคิดในวันที่ 7 ธ.ค.นี้
นายวิษณุ กล่าวว่า ในวันที่ 7 ธ.ค.ควรจะต้องได้ข้อยุติทั้งหมด แต่เรื่องวัน เวลา คงจะไม่ได้ปลดล็อคกันในวันนั้น แต่จะบอกให้รู้ว่าปลดล็อควันไหน ซึ่งรายละเอียดของการปลดล็อคนี้ทางคสช.จะเป็นผู้ชี้แจงทั้งหมด
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าในการประชุมวันที่ 7 ธ.ค. พรรคการเมืองอาจจะไม่เห็นด้วยหรือท้วงติง และอาจทำให้กระบวนการต่างๆ ช้าไปอีก รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะ ข้อเสนอที่พรรคการเมืองเสนอมาทางคสช.หรือกกต.จะเห็นด้วยหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต่พรรคการเมืองสามารถเสนอได้เพราะเราก็อยากฟังว่าเขาเสนออะไร หรือมีปัญหาอะไร บางอย่างเขาอาจนึกว่าเป็นปัญหาแต่ได้มีการแก้ไปแล้ว หรือรับมาจะแก้ให้ ไม่ใช่ว่าจะต้องนำไปสู่การเลื่อนอะไรเสมอไป
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังการพูดคุยกันแล้ว ควรจะมีกฎเกณฑ์หรือข้อตกลงอะไรที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกัน เมื่อถามว่าในวันที่ 7 ธ.ค.จะรู้วันที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งเลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า น่าจะรู้แล้ว แต่เราคงไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ทูลเกล้าฯถวาย แต่ในวันนั้นจะบอกอะไรได้หลายอย่างทั้งหมด เพราะเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย
เมื่อถามว่า มีบางพรรคการเมืองประกาศจะไม่มาร่วมพูดคุยด้วย จะเป็นปัญหาอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เป็น เพราะตามคำสั่งคสช.ที่ 8 ระบุไว้ว่าคสช.จะเชิญพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองมาด้วยก็ได้ ซึ่งคสช.ไม่เชิญก็ได้แต่ครั้งนี้ได้มีการพูดมานานแล้วว่าจะเชิญพรรคการเมือง แต่เมื่อเชิญแล้วเขาไม่อยากก็ไม่เป็นไร ซึ่งการที่เขาไม่มาก็อาจเป็นเพราะเขาไม่สงสัย หรือเขาอาจคิดว่าเขาไม่อยากให้ความร่วมมือ หรืออาจคิดว่ามาแล้วคงไม่มีประโยชน์อะไร ซึ่งสารพัดเหตุผล ก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก แต่หากพรรคการเมืองไม่มา เขาอาจได้รับทราบข่าวอยู่ดีว่าได้พูดคุยอะไรกันบ้างในวันนั้น
เมื่อถามว่าหากในที่ประชุมมีการข้อตกลงร่วมกัน แล้วพรรคการเมืองที่ไม่มาจะทำอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ตนยังไม่รู้เลยว่าจะมีข้อตกลงอะไรหรือไม่ และยังไม่ทราบว่าจะมีพรรคการเมืองมาร่วมมากน้อยแค่ไหนเพราะกกต.เป็นผู้เชิญ