กกต.จัดให้ “จาตุรนต์” ซัดเอาเปรียบกันจนนาทีสุดท้าย

จาตุรนต์ ฉายแสง

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ กกต. แบ่งเขตเลือกตั้ง 350 เขตแล้ว “ปชป.” โวยแบ่งเขตใหม่ มีปัญหาหลายจังหวัด ด้าน “จาตุรนต์” ซัดเอาเปรียบกันจนนาทีสุดท้าย ส่วน “ภท.” รับได้ ชี้ไม่มีผลกระทบ โอ่ชูนโยบายเป็นหลัก ไม่ใช่พื้นที่

Advertisement

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการการเลือกต้ัง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการการเลือกต้ัง (กกต.) ได้มีมติในการพิจารณาการแบ่งเขตเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เห็นชอบให้มีการประกาศแบ่งเขตเลือกต้ัง ส.ส. จำนวน 350 เขตเลือกต้ัง ตามรายละเอียดในประกาศที่เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา www.ratchakitcha.soc.go.th
ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ระบุว่า วันก่อนได้ยินมาว่าการแบ่งเขตล่าสุดเป็นไปตามข้อเสนอของผู้สมัครหลายคนแบบขอยังไงได้ยังงั้น ทั้งๆที่ไม่มีฐานจากความคิดเห็นของประชาชนชนเลย ผมก็เลยขอให้ความเห็นต่อสิ่งที่เกิดขึ้นสักหน่อยครับ
การแบ่งเขตเลือกตั้งก่อนหน้านี้มีการรับฟังความเห็นประชาชนให้ใครมาเสนอความเห็นได้เต็มที่จนได้ข้อสรุปไปแล้ว แต่การแบ่งเขตครั้งสุดท้ายคนทั่วไปไม่รับรู้ด้วย คนไม่กี่คนเสนอผ่านช่องทางพิเศษกันมาและก็ได้ผลตามนั้นอย่างน่าอัศจรรย์ เรียกว่าเอาเปรียบกันจนนาทีสุดท้าย
คำสั่งคสช.เรื่องการแบ่งเขต ต้องการให้คุณให้โทษกับผู้สมัคร โดยเฉพาะผู้ที่ร้องผ่านรัฐบาลและคสช.ย่อมได้ประโยชน์ ใครเป็นคู่แข่งก็ต้องเสียเปรียบ แต่จะขยับขยายก็ไม่ได้แล้ว การเอาเปรียบกันนี้เมื่อกกต.ทำให้ แม้ไม่ชอบธรรมแต่ก็ไม่ผิดกฎหมายใดๆเพราะคำสั่งคสช.บอกว่าทำอะไรก็ชอบด้วยกฎหมายไปหมด
ส่วนนายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการแบ่งเขตของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ตนขอเรียกร้องให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ถือว่าเป็นมือกฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมารับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง กรณีที่ให้สัมภาษณ์ว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต. ถือว่าสิ้นสุด แต่ถ้ามีผู้ไม่ยอมรับก็สามารถร้องศาลปกครองได้ ทั้ง ๆ ที่น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 16/61 ซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา 44 คุ้มครองอยู่ อย่างไรก็ตาม แม้จะฟ้องศาลปกครองไม่ได้ ก็ต้องฟ้องประชาชนว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ไม่ยึดหลักกฎหมาย ถือเป็นการเริ่มต้นที่จะทำให้เกิดปัญหาในการเลือกตั้งว่าส่อไปในทางไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม
“พรรคจะติดตามการแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อเปรียบเทียบกับเอกสารการแบ่งเขตเลือกตั้งที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ว่ามีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร โดยหากเป็นไป ซึ่งตามเอกสารที่มีการเผยแพร่จริงก็มีการแบ่งเขตที่เป็นปัญหาในหลายจังหวัด เช่น 2 จังหวัดกาญจนบุรี ในเขต 2 ที่ไม่ได้แบ่งเขตเลือกตั้งให้มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกันตามที่กฎหมายเลือกตั้งส.ส.กำหนด และหลายเขตเลือกตั้งมีการแบ่งอำเภอออกเป็น 2 เขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นฐานเสียงของนักการเมืองบางพรรคเพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการเลือกตั้ง”
นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า การแบ่งเขตของ กกต. โดยรวมแล้วพรรคภูมิใจไทย เรายอมรับได้ เพราะเราไม่ได้เอาเรื่องพื้นที่ทั้งหมดมาเป็นตัวตั้ง ไม่ว่า กกต.จะขยับเขตอย่างไร แต่ภาพรวมเห็นว่ายังเป็นเขตเลือกตั้งที่เราสามารถทำงานได้อยู่ ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยเราไม่ได้มีปัญหา เพราะเราเอาแนวคิดการนำเสนอนโยบายเป็นหลักในการเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนอาจจะมีผู้สมัครเขตที่มีผลกระทบอยู่แต่ไม่ใช่เป็นเรื่องหลัก เราเน้นนำเสนอนโยบายเป็นหลัก ส่วนตัวผู้สมัครจะขยับจากเขตไหนไปเขตไหนก็ไม่ใช่ปัญหา หรือจะมีเขตไหนแหว่งไป เรามีตัวผู้สมัครมาเสริมอยู่แล้ว ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะหากไม่ได้ ส.ส.เขต เราก็ได้คะแนนบัญชีรายชื่อ