“ปลดล็อคความคิด​ให้อิสระเพื่อค้นพบตัวเอง” คมคิดธุรกิจในแนวทาง “วรลักษณ์ ศรีสอาด”

107

ไม่บ่อยนักที่ SBN จะมีโอกาสสัมภาษณ์​พิเศษนักธุรกิจหญิง ซึ่งมีแนวทางการทำธุรกิจและการดำเนินชีวิตที่ให้อิสระกับความคิดของตนเอง โดยไม่มีในตำราเรียน แต่เป็นการใช้แบบแผนของประสบการณ์ชีวิตที่เรียนรู้ด้วยตนเอง กับ วรลักษณ์ ศรีสอาด​ ผู้บริหารตลาดมินิพลาซ่า รามคำแหง 59

-บทเรียนชีวิตคือการปลดล็อคความคิดและพยายามสู่ความสำเร็จ

“เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในวัยกำลังเติบโต​ เธออยู่ในครอบครับอบอุ่น​ ด้วยวัยของเธอที่กำลังน่ารัก​ เป็นลูกสาวคนเดียวในบ้าน​ เธอมีนิสัยที่ชอบปีนป่ายเป็นที่สุด​ ต้นไม้ทุกต้นในบ้านของเธอ​ ไม่ว่าจะเป็นลิ้นจี่​ ลำใย​ หรือ​ มะม่วง​ เธอมีความสามารถ​ปีนได้หมดทุกต้น​ ยกเว้นต้นมะพร้าว​ สาเหตุที่เธอไม่สามารถ​ปีนต้นมะพร้าวนั้นได้เพียงเพราะคำสั่งของคุณพ่อที่สั่งห้าม​”

” พ่อสั่งว่าต้นไม่ทุกต้นลูกสามารถ​ปีนได้เพราะมันมีกิ่งก้านให้ลูก​ปีนป่าย แต่มะพร้าวมันไม่มีกิ่งให้ลูกปีนให้จับเวลาที่ลูกปีนขึ้นไป​ คุณพ่อยังเน้นอีกว่า​ ถ้าเมื่อไหร่ลูกสาวของเขาปีนต้นมะพร้าว​ คุณพ่อจะตัดค่าขนมไปโรงเรียนทันที​”

 

-ความดื้อมุ่งมั่นปรารถนา​คือความพยายามที่สำเร็จ

“แต่ด้วยความมุ่งมั่นปรารถนา​ความตั้งใจของเธอ​ เธอตั้งใจว่าวันหนึ่งเธอจะปีนต้นมะพร้าวให้ได้​ เป็นเพราะว่าเธอมีไอดอลของเธอคือคุณอาของเธอ​ ที่มีความสา​มารถปีนต้นมะพร้าวได้เก่งที่สุด​ใน​หมู่บ้าน​ ไม่ว่าครอบครัวไหนจะทำแกงต้องมาตามอาของเธอ​ และทุกครั้งที่มาที่บ้าน​ คุณอาจะมีขนมมาฝากตลอดทุก​ครั้ง​ และเเน่นอนเด็กสาวคนนั้นมีไอดอลเป็นของตนเองและทุกครั้งที่คุณพ่อออกจากบ้านจะเป็นโอกาสของเธอที่จะเรียนรู้วิธีปีนป่ายต้น มะพร้าว​ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เธอพยายามจะปีนป่าย​ เธอมีความพยายามไม่ลดละ​ จนวันนึงเธอสามารถปีนต้นมะพร้าวได้​ แต่ในขณะที่เธอนั่งอยู่บนต้นมะพร้าวนั้น​ ในกาบมะพร้าว​ข้างๆที่เธอนั่งอยู่มีงูเขียวตัวหนึ่งกำลังเลื้อย​ข้างๆของเธอ​ นั่นเองทำให้เธอฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่คุณพ่อท่านเตือนคือเรื่องนี้นี่เอง​ แต่ด้วยความที่เธอมีไหวพริบปฏิภาณ เธอจึงเอากิ่งไม้เล็กๆค่อยๆบรรจงเขี่ยงูออกจากทาง​ ร่วงตกมาสู่ด้านล่าง​ และหลังจากนั้นเธอคือผู้หญิงคนเดียวในหมู่บ้านที่ปีนต้นมะพร้าวเก่งที่สุด​ และก็มีผู้มาจ้างเธอปีนต้นมะพร้าวแทนคุณอาของเธอ​ หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยขอค่าขนมจากคุณพ่ออีกเลย​”

-บทเรียนชีวิตบทต่อไปส่งต่อเปิดหัวใจเปิดกลอนประตู

แต่เหตุการณ์มันไม่จบลงแค่นั้น​ หลังจากนั้นเธอเจริญเติบโตขึ้นมามีครองครัวมีลูก3คน​ ในแต่ละวันต้องเลี้ยงลูกตัวเองตามประสาแม่บ้านและนักธุรกิจ

วันนึงลูกสาวคนนึงอายุ14ปีเดินเข้ามาหา​ พร้อมกับบอกประสงค์ว่าจะไม่เรียนต่อม.3เเล้ว​ หัวอกคนเป็นแม่ใจสลายและเกิดคำถามว่าทำไม​ เราเลี้ยงลูกไม่ดีพอหรือ​ แต่คนเป็นแม่เลือกเปิดกลอนประตูหัวใจ​ โดยขอคำมั่นกับลูกสาวได้มั้ยว่า​ สัญญาว่าให้ไปตามความฝัน​ แต่ถ้าไม่เจอต้องกลับมาเรียนหนังสือ​ให้จบ​ แต่เธอนั้นหายไปและกลับมาพร้อมใบปริญญาอันภาคภูมิ​ 3 ใบ​ ปริญญา​ตรี​ ปริญาโท​ และแน่นอน​ ปริญญาชิวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่คนเป็นแม่ภูมิใจ​มาก​

-มองย้อนกลับไปวันนั้น

นึกถึงวันนั้น​ วันที่ลูกขอออกไปตามความฝัน​ หากวันนั้น​ เราลั่นดาลประตูไม่ยอมถอดสลักออก​ วันนี้คงไม่ได้เห็นลูกประสบความสำเร็จและเห็นความสุขของลูก วันนั้นเกิดขึ้นได้เพราะเรา​ “เปิดกลอนประตูหัวใจ”

“ถ้าวันนั้นฉันไม่เปิดกลอนประตู​ วันนี้ก็จะไม่มีคำว่าความสำเร็จ”

วรลักษณ์ ศรีสอาด”​ เล่าเรื่องราวชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน​ทั้งในบทบาทของลูกบทบาทของแม่ บทบาทนักธุรกิจใหญ่ด้านหอพักและห้องเช่าที่ประสบความสำเร็จ จนวันนี้มาฝากอีกผลงานที่ประสบความสำเร็จกับศูนย์อาหารฮาลาล

-ศูนย์อาหารฮาลาล

จริงๆพี่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหา​ฯ การให้บริการอพาร์ทเม้นท์​แล้วมาหอพัก​ ต่อมา​ ทำห้องพักให้กับผู้ปกครองที่มาเยี่ยมลูก​ เราได้เห็นรอยยิ้มของผู้ปกครอง​ การทำหอพักห้องพักและศูนย์อาหาร​ ทั้งสองอย่างคืองานให้บริการ​ แต่มีความต่างคือ​ หอพักเราต้องบริหารจัดการลูกน้องจ่ายเงินเดือน​ แต่ศูนย์​อาหาร​ เขาเป็นคนเอาเงินมาให้เรา​ จึงมีความแตกต่างในการบริหาร​ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือเรามีความยุติธรรม​ เรามีความจริงใจ​ ไว้วางใจ​ เราไม่มีการเอารัดเอาเปรียบ​ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของลูกน้อง​ หรือ​ พ่อค้าแม่ค้า​

-มาตรฐาน​ฮาลาล

ศูนย์​อาหารของพี่มันจะมีกรณีร้านน้ำ ร้านส้มตำ​ เขามีฝีมือที่อร่อยมาก​ แต่เขาไม่ใช่มุสลิม​ กฎของพี่คือคุณต้องไปเรียนรู้ขั้นตอนการผลิต​ กฎระเบียบของอาหารมุสลิม​ทั้งหมดให้รู้ว่าฮาลาลเป็นอย่างไร​ แล้วต้องไปเรียนอบรม​ ให้ได้ใบรับรองมา​ และอีกอย่างคืออย่างน้อยลูกน้องหนึ่งคนต้องมีคนที่เป็นมุสลิม​ มันผิดหลักการมั้ย​ ไม่เลยคะ​ ใครก็ทำได้​ แต่​ เพราะว่าหลักการของฮาลาลเนี่ยมันค่อนข้างเยอะมากและละเอียดอ่อนในเรื่องของศาสนา​

-โปรเจ็กต์ขยายตัว

ถ้ามีโอกาสน่าจะขยายแน่นอน​ เราไม่คิดว่าเปิดตรงนี้แล้วจบเลย การที่เราเปิดศูนย์อาหารมันทำให้เรา​ สร้างคน​ สร้างอาชีพ​​ สร้างงาน​ สร้างสังคม​ ผ่านกระบวนการทำงานเล็กๆของเรานี่แหละ​ แต่มันสามารถสร้างได้​ คนหนึ่งคนในร้านหนึ่งร้าน​ สามารถเลี้ยงดูคนได้อีกตั้งเยอะตั้งแยะในครอบครัวของเขา​ะ​ พี่ว่าถ้ามีโอกาสพี่ทำแน่นอน​

-ตลาดฮาลาลในไทย

ขยายได้แน่นอน​ เพราะยังน้อยมาก​ และไม่ว่าจะเป็นพุทธ​ คริส​ อิสลาม​ ก็สามารถมาใช้บริการได้​ คนนอกมารับประทานเยอะ​ หลากหลาย​ 2 ปีผ่านมายังไม่ตก​ เพราะว่า​ อย่างแรกคือเขามารับประทาน นอกจากอร่อยและราคาไม่แพงแล้ว​ ที่สำคัญคือความสะอาด​ เรากล้าพูดได้ว่าสะอาดมาก​ เรามีเครื่องล้างจานเพื่อเอามาดูแลศูนย์อาหารเรื่องความสะอาด​ เพราะเคยเจอปัญหาเศษอาหารตกค้างจากการล้างจานด้วยมือในที่อื่นที่เราไปรับประทานมา​ ติดจานติดช้อน​ สิ่งไหนที่เราเจอมาแล้วไม่ดีเราเอามาปรับใช้ในธุรกิจเรา​ ก็เลยซื้อเครื่องล้างจานเพื่อความสะอาด

 

-อนาคตสนใจการเมือง

สนใจแต่ยังไม่สามารถพูดอะไรมากได้​(หัวเราะ)​

-ส่งท้ายความคิด

เรามองว่าเด็กเยาวชน ทุกคนมีความฝัน มีเป้าหมาย แม้เป้าหมายเขายังไม่ชัดเจน​ เมื่อเขาจะฝ่าไปเขาจะต้องไปเจออมักับอะไรอีกมากมาย​ จะมีจุดมุ่งหมายปลายทางอย่างไร​ เราเชื่อว่าทุกคนอยากเรียนรู้ประสบการณ์จากคนที่ประสบความสำเร็จ​ว่าเป็นมาอย่างไรถึงก้าวมาสู่จุดนี้ได้​ เราเชื่อว่าเยาวชนคือรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างแท้จริงและที่สำคัญ​ ผู้ปกครองต้องปลดล็อคและให้โอกาสลูกได้ค้นพบตัวเอง