“จตุพร” เย้ย “บิ๊กตู่” ไม่กล้าดีเบต สะท้อนผู้นำเผด็จการชอบพูดฝ่ายเดียว

“จตุพร” ตอก “ประยุทธ” ไม่กล้าดีเบตตามระบอบประชาธิปไตย แต่ชอบพูดฝ่ายเดียวให้ทุกคนก้มหัวฟังแบบระบอบเผด็จการ กวักมือมาขึ้นเวทีซักซ้อมก่อนเข้าสภาจริง หากจับพลัดจับผลูเข้าไปชดใช้กรรม

Advertisement

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงช่วย นายไชยา ประดิษฐธรรม เขต 6 ราชเทวี พญาไท จตุจักร-จอมพล ที่ เขตจตุจักร ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ประกาศ ไม่ยอมดีเบตอ้างไม่กลัว พร้อมเล่นมุกไปถามตุ๊กตา ว่า ตนเชื่อมาตั้งแต่ต้นว่าธรรมชาติของพล.อ.ประยุทธ์ในช่วง 5 ปีนี้ คือการพูดฝ่ายเดียว โดยที่ไม่มีคนเห็นต่าง พูดต่อหน้า เพราะฉะนั้นพล.อ.ประยุทธ์ เมื่อคิดจะอยู่ในบัญชีนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต้องรู้ชะตากรรมอย่างหนึ่งว่า ถ้าเป็นไปตามที่พล.อ.ประยุทธ์ต้องการ วันใดเข้าไปอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีสภาพไม่เหมือนสภานิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นทุกคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีฐานะเท่ากันกับนายกรัฐมนตรี สามารถลุกขึ้นอภิปรายนายกรัฐมนตรี พูดผิดสามารถใช้สิทธิ์พาดพิง ใช้สิทธิ์ในการโต้แย้ง ใช้สิทธิ์ในการให้ถอนคำพูดได้
ถ้าพลเอกประยุทธ์พูดผิดแล้ว มีคนยกมือให้ถอนคำพูด พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในสภาพอย่างไร เพราะ 5 ปีนี้ ทุกคนก้มหัวฟังพล.อ.ประยุทธ์หมด แต่ในสภาผู้แทนราษฎรจะไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เพราะฉะนั้น การไม่กล้าดีเบตของพล.อ.ประยุทธ์ ก็สะท้อนให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่สามารถอยู่ในระบอบประชาธิปไตยตามปกติได้ ระบอบที่เหมาะที่สุดกับพล.อ.ประยุทธ์ คือเผด็จการเท่านั้นเพราะเป็นการพูดฝ่ายเดียว ไม่มีความเห็นต่าง ตนเองก็เห็นว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์จับพลัดจับผลู เข้าไปเป็นนายกฯอีกรอบ ตนคิดว่านี่คือกฎแห่งกรรม เข้าไปชดใช้กรรมมากกว่าเข้าไปทำงาน ความจริงพล.อ.ประยุทธ์น่าจะใช้โอกาสที่มี ดีเบต ซักซ้อมการเข้าไปอยู่ในสภา
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า ความจริงทางการเมือง ในการคัดเลือก สนช.สปช.สปท.กรธ.ทั้งหลาย ก็ต้องใช้มือระดับพล.อ.ประวิตร เพราะพล.อ.ประวิตรนั้นในยุทธภพถือว่าเป็นคนที่กว้างขวาง 3 ป. ล้วนมีบุคลิกที่แตกต่าง พล.อ.ประวิตรมีเพื่อนพ้องน้องพี่เยอะ มีลักษณะพิเศษ เพราะฉะนั้นใช้บุคลิกภาพแบบพล.อ.ประวิตรเป็นประธานสรรหา ส่วนอีกด้านถ้าพล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานสรรหาเอง ก็จะถูกกล่าวหาว่า เลือก แต่งตั้งคนที่จะมาเลือกตัวเอง แม้ว่าให้พล.อ.ประวิตรเป็นประธานสรรหาก็ตาม แต่ว่าโดยอำนาจที่แท้จริงแล้วท้ายที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ก็ต้องลงนามแต่งตั้งอยู่ดี และ 250 สว. นั้นจะเป็นเสียงเอกฉันท์ที่จะยกมือให้พล.อ.ประยุทธ์ เพียงแต่พล.อ.ประยุทธ์จะหาเสียง 126 เสียงจากพรรคพปชร.ได้หรือไม่