ศึกอินเดีย-ปากีฯ ความกังวลของทั้งโลก งานนี้จุดแล้วอาจจบถ้าไม่มีคนจัด!

122
ภาพจาก globaltimes.cn

ทำความรู้จักกับศึกสองแขก อินเดีย-ปากีฯ แบบเข้าใจง่าย กับ สถานการณ์ ที่อาจลุกลาม!  จนนานาชาติหวั่นกระทบเศรษฐกิจ-การเมืองโลก  จับตาการแทรกแซงจากมหาอำนาจ ที่อาจทำให้เรื่องราวเลยเถิดไปกันใหญ่

เพราะเรื่องราวอันลึกซึ้ง และประวัติศาสตร์ความขัดแย้งที่มีต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนานระหว่างสองประเทศ นับตั้งแต่การแยกตัวออกจากอินเดีย ของปากีสถานนับตั้งแต่ปี 2490 หลังจากได้รับเอกราชจากอังกฤษเจ้าอาณานิคมพร้อมๆ กัน นับตั้งแต่นั้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศก็กลายเป็นเรื่องในเชิงลบมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเกิดจากดินแดน เชื้อชาติ ศาสนา และ เรื่องอื่นๆ

ภาพจาก www.indiatoday.in

การประกาศเอกราชของปากีสถาน ที่มีดินแดนปากีสถานตะวันออก อยู่คนละฟากกับประเทศแม่ (สมัยนั้น) โดยมี อินเดียคั่นกลางอยู่ และกลายเป็นการแทรกแซงจากอินเดีย ที่สุดท้ายปากีสถานตะวันออกประกาศเอกราชกลายมาเป็นประเทศบังคลาเทศมาจนถึงปัจจุบัน

ภาพจาก Free Press Journal

จากนั้นเป็นต้นมาก็เป็นชนวนให้เกิดสงครามและการปะทะย่อยๆ ตามมาอีกหลายครั้ง หนึ่งในชนวนสำคัญคือเรื่องดินแดนในแคว้นจามู (ชัมมู) แคชเมียร์ (กัศมีร์) ที่ทั้งสองประเทศต่างแย่งชิงความเป็นเจ้าของ โดยอ้างสิทธิ์แห่งความชอบธรรมเหนือดินแดนนี้ ผ่านความเชื่อทางศาสนา และ เรื่องของสถานะการปกครอง

      แบบไหนยังไงถึงเรียกว่า “อ้างสิทธิ์ทางศาสนา และสถานะในทางปกครอง” ?

สงครามระหว่างอินเดีย-ปากีสถานในอดีต ภาพจาก en.wikipedia.org

แบบที่ว่าคือรัฐ จามู (ชัมมู) และ แคชเมียร์ (กัศมีร์) มีประชากรส่วนใหญ่ นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งก็แน่นอนว่า ประเทศรัฐอิสลามอย่างปากีสถานย่อมอ้างสิทธิ์นั้น แต่…มหาราชแห่งกัษมีระผู้ปกครองแคว้นเลือกที่จะเข้ากับอินเดีย!!

แผนที่แสดงถึงอาณาบริเวณ แคว้นจามู (ชัมมู) แคชเมียร์ (กัศมีร์) ภาพจาก en.wikipedia.org

นั่นยังไม่อีรุงตุงนังเท่ากับ สองแคว้น หรือ สองรัฐนี้ มีความซับซ้อนหลากหลายทางด้านความเชื่อเชื้อชาติและศาสนามาก แม่ประชากรส่วนใหญ่ราว 80 %จะเป็นมุสลิม แต่ก็ยังมีดินแดนอื่นๆ ในแคว้นที่มีทั้งชาวพุทธ ชาวสิกข์ ชาวฮินดู หนักเข้าแม้แต่ชาวมุสลิมด้วยกันเองยังมีกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่เป็นซุนนี่ และยังมีอีกกลุ่มส่วนน้อยที่เป็นมุสลิมชีอะห์ นี่ยังไม่รวมถึงมุสลิมทางตะวันตกที่แม้จะเป็นมุสลิม แต่ก็มีเชื้อชาติที่แตกต่างกันออกไปจากมุสลิมส่วนใหญ่อีก

แคว้นจามู (ชัมมู) แคชเมียร์ (กัศมีร์) ภาพจาก en.wikipedia.org

ซึ่งแน่นอนว่า ความอีรุงตุงนังทางเชื้อชาติและความเชื่อนี้ กลายเป็นปัญหายืดเยื้อ และกลายเป็นช่องในการแทรกแซงเข้าอ้างสิทธิ์ของสองรัฐนี้ระหว่างปากีสถานและอินเดียตลอดประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ

จนกลายเป็นสงครามระหว่างสองชาติ ศึกสองแขกถึง 4 ครั้ง ยังไม่รวมการปะทะย่อยๆ ทั้งในรูปแบบของกองกำลังที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองฝ่าย และในรูปแบบของการปะทะระหว่างประชาชนที่แตกต่างกันทางความเชื่ออีกมากมายนับไม่ถ้วน

สงครามระหว่างอินเดีย – ปากีสถาน ภาพจาก theprint.in

          ซึ่งสงครามครั้งแรกระหว่างสองแขก(อินเดีย-ปากีสถาน) ก็เกิดขึ้นในปี 2490 ปีที่ได้รับเอกราชนั่นเอง!!

แม้จะผ่านกาลเวลาเนิ่นนานมามากกว่า ครึ่งศตวรรษ แต่ความขัดแย้งนี้ก็ยังคงปะทุเหมือนคลื่นใต้น้ำอย่างเงียบๆ และโหมกระพือรุนแรงเอาตามที่เป็นกระแสข่าวจนถึงในปัจจุบันนี้ กับการที่อินเดียส่งเครื่องบินเข้าไปโจมตีกลุ่มติดอาวุธในปากีสถาน แล้วมีการสอยเครื่องบินกันเกิดขึ้น จนเป็นเหตุปะทะกัน

ภาพจาก globaltimes.cn

เรื่องราวที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นความวิตกกังวลของนานาชาติ ซึ่งล่าสุด สำนักข่าวบีซีรายงานว่า หลายประเทศทั่วโลกเรียกร้องให้รัฐบาลอินเดียและปากีสถาน หันหน้ามาเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็วที่สุด รวมถึงพี่เบิ้มอย่างสหรัฐฯ จีน กลุ่มอียู รวมถึงรัสเซีย ตุรกี ทั้งหวั่นทั้งเรื่องของ ภัยคุกคามจากการที่ทั้งสองประเทศต่างมีอาวุธนิวเคลียร์ และหวั่นไปถึง เศรษฐกิจโลก ที่อาจได้รับผลกระทบจากการกระทบกระทั่งล่าสุดของศึกสองแขก โดยระบุว่า นี่เป็นปัญหาระดับโลก เกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียกลาง ข้อพิพาทเกี่ยวกับพรมแดน จึงอาจทวีความรุนแรงกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่ทั่วโลกต้องเฝ้าระวัง

ภาพจาก IndiaSpend

และนี่คือความกังวลใหม่ของคนทั้งโลก จากศึกสองแขก ที่ต้องมาติดตามกันต่อไป ว่าทั้งสองฝ่าย จะหาแนวทางยุติปัญหานี้ยังไง หรือจะยังคงเป็นเช่นเดียวกับที่ผ่านมา คือเป็นแค่แนวทางการยุติเรื่องราวความขัดแย้งเพียงชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบ

แต่แท้ที่จริงแล้ว ปัญหานี้ก็ยังคงอยู่ และคิดว่าคงจะอยู่อีกนานแสนนาน ศึกสองแขก ยังไงก็ยังคงไม่จบง่ายๆ แม้จะถูกพับเก็บกลายเป็นเรื่องที่คาใจ ก็ยังดีกว่า งัดออกมาก่อสงครามเผชิญหน้า

ภาพจาก India Today

แต่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวงไม่ใช่แค่ชาวโลกต้องภาวนาให้สองแขกไม่ทะเลาะกันยือเยื้อ แต่คงต้องช่วยกันภาวนาให้บรรดาพี่เบิ้มทั้งหลาย “อย่าฉวยโอกาสเข้าไปแทรกแซง” เพราะลำพังสองแขกตีกันก็ยังน่าจะคุยจะคุยจะเคลียร์กันได้ แล้วก็เก็บเอาไว้ในใจลึกๆ แต่เมื่อไหร่มี “มหาอำนาจแทรกแซง” เมื่อนั้น ความบรรลัยก็จะมาเยือนโดยพลัน

ประวัติศาสตร์นี้มีมาแต่ครั้งอังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม แล้วก็ยังมีให้เห็นตัวอย่างในตะวันออกกลางอีกหลายประเทศ! ที่พี่เบิ้มทั้งหลายเข้าไปวุ่นวายจนกลายเป็นวายวอด อันนี้แหละที่น่ากลัวสุดๆ  

 

ทีมรายงานพิเศษ SBN