IFEC วุ่นอีก ผู้ถือหุ้น ลุยฟ้องแก๊งปลอมตราประทับดูดเงินออกจากบริษัท

13

ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทให้ถึงที่สุด !!! “หมอวิชัย” ยื่นฟ้องแก๊งปลอมตราประทับบริษัทฯ ใช้เปลี่ยนตัวกรรมการIFEC และบริษัทในเครือ หวังเข้าเปลี่ยนแปลงอำนาจ กลั่นแกล้งพนักงาน เปลี่ยนทนาย และถอนคดี

นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ผู้ถือหุ้นบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเฟค (IFEC) ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2562 ให้ดำเนินคดีกับสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งข้อหาหมิ่นประมาทโดยเสนอข้อความอันเป็นเท็จ สร้างความเสียหายและความเข้าใจผิดต่อตนเองและครอบครัว ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้มีการฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับการกระทำผิดของกรรมการบริษัทฯ ซึ่งศาลพบมูลความผิดจึงประทับรับฟ้องไว้แล้วถึง 3 คดี และยังจะมีการฟ้องร้องติดตามมาอีก โดยเฉพาะเรื่องการใช้เอกสารอันเป็นเท็จและการทำตราประทับบริษัทปลอม ซึ่งสร้างปัญหาหลายอย่างแก่บริษัทฯในปัจจุบัน

โดยเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทฯ ได้พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะตนเองและครอบครัวนำเงินจำนวนมากมาลงทุน ดังนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้นก็หมายถึงความเสียหายของตนเองและครอบครัวด้วย แต่ความพยายามของตนได้ถูกขัดขวางมาโดยตลอด แม้นับจากวันที่ตนหยุดปฏิบัติงานใน IFEC แต่ยังมีภาระต้องดูแลบริษัทย่อยต่างๆ เพราะเป็นกรรมการและเป็นผู้ที่เข้าใจธุรกิจพลังงานมากที่สุด อีกทั้งตนปฎิบัติตามกรอบของกฎหมาย เช่น การตัดสินใจใช้เงินทุกครั้งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เห็นได้ชัดจากการที่ดูแลบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วินด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ ไอวินด์ (IWIND) ที่ได้รับเงินก้อนใหญ่จากการขายโครงการออกไปเพราะไม่สามารถดำเนินการต่อได้ และกว่าที่ตนจะตัดสินใช้เงินจะต้องขออนุญาตเจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น ตลอดจนขออนุญาตต่อศาล แต่เมื่อเจ้าหนี้ไม่พร้อมเจรจา ตนก็มิได้ใช้เงินดังกล่าว ทั้งที่กระทบต่อบริษัทในเครืออื่นๆ เพราะมีหนี้ต้องจ่ายและมีเรื่องต้องแก้ไข แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์มีกลุ่มคนนำเอกสารเท็จยื่นขอเปลี่ยนกรรมการบริษัทฯ กลับมีผลทำให้เงินไหลออกอย่างรวดเร็ว ซึ่งต่อมาคนกลุ่มนี้ยังพยายามไปเปลี่ยนแปลงบริษัทลูกในเครือ IWIND อีกด้วย

นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ผู้ถือหุ้นบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเฟค

นายวิชัยกล่าวอีกว่า กรณีเข้าไปแก้ปัญหาของโรงแรมดาราเทวีก็ถูกกลั่นแกล้งมาโดยตลอด รวมถึงการถูกสะกดรอยติดตามและแอบถ่ายคลิป ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการเข้าไปตรวจหาหลักฐานการทุจริต โดยเฉพาะสัญญาเช่าตุ๊กตาที่ตอนซื้อขายโรงแรมไม่ได้ระบุไว้ รวมถึงได้รับทราบปัญหาเรื่องใบอนุญาตประกอบกิจการของโรงแรมดาราเทวี คือทางโรงแรมได้รับใบอนุญาตห้องพัก  เพียง 64 ห้อง จาก 123 ห้อง ทำให้โรงแรมต้องปิดห้องที่เหลือและมีผลกระทบต่อการบริการและรายได้ของโรงแรม และต่อมาได้มีกลุ่มบุคคลแจ้งข่าวไปกับทาง Supplier ของโรงแรมฯว่าโรงแรมฯขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ทำให้โรงแรมฯหมดความน่าเชื่อถือ และไม่สามารถขอสินเชื่อได้ โรงแรมฯ จึงขาดสภาพคล่องเพิ่มขึ้น ทำให้โรงแรมฯแย่ลงไปอีก แม้จะเกิดมรสุมแต่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและอดทนแก้ปัญหาร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทำให้โรงแรมดาราเทวีได้รับรางวัลจาก booking.com และจากการประชุมท่องเที่ยวอาเซียนครั้งที่ 38 เมื่อปีที่ผ่านมา

“จริงๆเรื่องต่างๆควรได้รับการแก้ไขมาตั้งแต่ปี 2560 แม้คณะกรรมการกฤษฎีกาจะช่วยตีความแล้ว แต่หากใช้ไปในทางไม่สุจริตก็จะก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย ขณะนี้มีการใช้ตราประทับที่มีปัญหามาใช้เบิกถอนเงินและเปลี่ยนแปลงอำนาจ กลั่นแกล้งพนักงาน ตลอดจนไปยุ่งเกี่ยวกับคดีความโดยการไปเปลี่ยนทนายความและถอนคดีที่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทฯ แม้จะมีปัญหาอุปสรรคดังกล่าวและมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงดังกล่าวก็ตามแต่ ตนก็จะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป”