ยุบพรรคไทยรักษาชาติ!!!

24

ศาลรธน.วินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กรณีนำสมาชิกชั้นสูงในพระบรมราชวงศ์ เสนอเป็นแคนดิเดตนายกฯ

วันที่ 7 มี.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก มีสื่อมวลชนมาคอยปักหลักรายงานข่าว ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) กรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 เนื่องจากกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอ
ส่วนการรักษาความปลอดภัย มีกำลังตำรวจนครบาล 1,500 นาย กระจายเข้าตั้งจุดดูแลโดยรอบ และพื้นที่ชั้นในของศูนย์ราชการอาคาร A ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด ศาลล้มละลาย ศาลแขวงดอนเมือง และศาลทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ยังมีการตั้งด่านตรวจตราทางเข้า-ออกศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะรวม 4 จุด รวมทั้งมีตำรวจนอกเครื่องแบบกระจายตัวเดินปะปนกับข้าราชการ และประชาชนที่มาใช้บริการ ซึ่งบรรยากาศโดยทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนพื้นที่รอบนอกอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดโดยนำมาตรการณ์รักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ห้ามผู้ใดชุมนุมในรัศมี 50 เมตร รอบที่ทำการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิด จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนบริเวณสระน้ำด้านข้างศาลฎีกา เจ้าหน้าที่ได้สูบน้ำจนแห้ง ซึ่งคาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ ทางตำรวจยังได้ประสานไปยังการไฟฟ้านครหลวง นำรถสำรองไฟฟ้ามาจอดใต้อาคารศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นมาตรการรองรับกรณีไฟฟ้าดับ


ต่อมา เวลา 13.50 น.ร.ท.ปรีชาพล​ พงษ์พานิช​ หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ​ พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค​ เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อฟังคำวินิจฉัยในคดียุบพรรค​
จากนั้นเวลา 15.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายชัช ชลวร นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายบุญส่ง กุลบุปผา นายปัญญา อุดชาชน นายวรวิทย์ กังศศิเทียม นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี เริ่มอ่านคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักษาชาติ จากกรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
โดย ศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่าา หลักการสำคัญของรัฐธรรมนูญทุกฉบับบัญญัติให้พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไปอยู่นอกเหนือจากวงการเมือง เป็นเจตนารมณ์ของการสถาปนาระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาแต่แรก การกระทำของพรรคไทยรักษาชาติที่เสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดีเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค เป็นการนำพระราชวงศ์ชั้นสูงมาเป็นฝักฝ่ายทางการเมือง มุ่งหวังถึงผลประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่มองถึงผลกระทบ เข้าลักษณะเป็นการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผิดมาตรา 92 วรรคหนึ่ง วงเล็บ 2 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง จึงมีมติเอกฉันท์ให้ยุบพรรค
และให้เพิกถอนสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ 8 ก.พ.62 เป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนุญมีคำสั่งยุบพรรค และห้ามมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ในระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนุญมีคำสั่งยุบพรรค


สำหรับ กรรมการบริหาร พรรคไทยรักษาชาติ 14 คน ประกอบด้วย 1.ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ 2.นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 3.นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร รองหัวหน้าพรรคคนที่ 2 4.นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ รองหัวหน้าพรรคคนที่ 3 5.นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล รองหัวหน้าพรรคคนที่ 4 6.รศ. ดร.รุ่งเรือง พิทยศิริ กรรมการบริหารพรรค 7.นายจุลพงศ์ โนนศรีชัย กรรมการบริหารพรรค 8.นายมิตติ ติยะไพรัช เลขาธิการพรรค ลูกชายนายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อไทย 9.นายต้น ณ ระนอง รองเลขาธิการพรรคคนที่ 1 10.นายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองเลขาธิการพรรค 11.นายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ รองเลขาธิการพรรคคนที่ 3 12.นายพงศ์เกษม สัตยาประเสริฐ 13.นางสาวชยิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนสมาชิกพรรค 14.นางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ เหรัญญิกพรรค