ศึกคลัง-แบงค์ชาติลากไส้เศรษฐกิจ? “วิรไท”ขยี้!!“อภิศักดิ์”โต้เดือด!!

58

งานนี้แรงจัดแบบปลัดไม่เกี่ยว! ศึก คลัง-แบงค์ชาติ ฉะนโยบายเศรษฐกิจ  หนี้ครัวเรือน –ขึ้นดอกเบี้ย หรืองานนี้จะลากใส้ให้ชาวบ้านได้เห็นขยะใต้พรม?

ทำท่าจะแรงแล้ว สำหรับการตอบโต้ระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. (แบงค์ชาติ)  หลังส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจไทย โดยธป.ระบุถึงตัวเลขหนี้ครัวเรือนซึ่งเพิ่มสูงขึ้น และกลายเป็นเรื่องราวลุกลามไปถึงนโยบายของรัฐบาล จนนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องออกมาตอบโต้แบบแรงๆ ถึงกับหลุดคำว่า “อย่าให้ข่าวเอาเท่ห์”

กระแสความขัดแย้งระหว่างแบงค์ชาติ กับ กระทรวงการคลัง ส่งสัญญาณร้อนแรงขึ้น แต่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นใหม่ มีเค้าลางมาแต่กรณีเรื่องการปรับตัวของค่าเงินบาท และการแก้ไขปัญหา ซึ่งก็อาจเป็นอีกชนวนแห่งความขัดแย้งครั้งสำคัญ ของสองหน่วยงานหลักที่กุมหัวใจเศรษฐกิจของประเทศ

จนมาถึงเรื่องของหนี้ครัวเรือน และเรื่องของความเหลื่อมล้ำ ระหว่างกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และรายย่อย ที่หลายฝ่ายไม่เพียงแต่ธปท.แต่ฟากนักวิชาการ ภาคเอกชน และนักเศรษฐกิจหลายสำนัก ก็ชักเริ่มออกมาแสดงความวิตกกังวล

ล่าสุดกับ การให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อของ “นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” รมว.การคลัง กล่าวตอบโต้ถึงกรณีหนี้ครัวเรือนโดยพุ่งเป้าไปที่การให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย โดยสรุป ว่า “อยากจะให้ธปท.กลับไปทบทบและแยกแยะสาเหตุการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือน ว่าเกิดจากอะไร นโยบายของรัฐบาล เน้นเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำและช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ในกรณีที่ธปท.เป็นห่วงเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น ก็ต้องถามกลับไปว่า ถ้าเป็นห่วงแล้วจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายทำไม ?”

           คำถามนี้โยนให้แบงค์ชาติกลายเป็นโจทก์ของปัญหาไปแบบเต็มๆ!!

พร้อมๆ กับ การตอกกลับไปของรมว.คลังเกี่ยวกับ สถานการณ์การเมือง ที่ปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจอาจถูกนำเอาไปประเด็นทางการเมืองได้ เพราะอยู่ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง สำทับด้วยคำว่า “อย่าให้ข่าวเอาเท่ห์”

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นอกจากนี้รมว.คลังยังอธิบายถึงเหตุผลในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล กับการ เพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือน ซึ่งมาจากนโยบายการจัดการหนี้นอกระบบที่ปัจจุบันถูกแปลงเข้ามาเป็นหนี้ในระบบ ซึ่งหนี้ส่วนนี้มีค่อนข้างมาก จึงทำให้ระดับหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น แต่เป็นความจำเป็นที่รัฐบาลต้องนำให้เข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อต้องการช่วยเหลือผู้ที่เป็นหนี้นอกระบบให้มีความปลอดภัยในชีวิตมากขึ้น ซึ่งหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นหนี้คุณภาพที่ไปยกระดับความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อยเป็นหนี้ที่กู้ไปใช้ในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น ซื้อที่อยู่อาศัย ถือเป็นหนี้ที่มีคุณภาพดี ”

ย้อนกลับไปที่ก่อนหน้านี้กับการให้สัมภาษณ์ของผู้ว่าธปท.ที่ระบุแบบสรุปถึง ปัญหาสำคัญ 3 ด้านของเศรษฐกิจไทย ในเรื่องของ ความเหลื่อมล้ำ ผลผลิตที่ด้อยประสิทธิภาพ หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ธุรกิจขนาดใหญ่กลืนธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลแบบประชานิยม เรียกได้ว่า เล่นกันตรงๆ แบบไม่เกรงใจ

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าฯ ธปท. //ภาพจาก สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org

เรื่องราวเลยบานปลายกลายเป็นศึกโต้ไปโต้มาระหว่าง ผู้ว่าธปท.และรมว.คลัง ซัดกันแบบมันส์หยด กลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจร้อนๆ ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองทีก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน

จนหลายคนเริ่มเกิดข้อสงสัยยในศึกระหว่าง “คลัง-แบงค์ชาติ” นี่เป็นแค่ข้อขัดแย้งถกเถียงทางเศรษฐกิจ หรือ เป็นอะไรที่อยู่ในภาวะ “คุมไม่ได้” สุดท้ายก็เข้าสู่โหมด “ลากไส้” ซึ่งแม้ว่าศึกนี้ดูในมุมหนึ่งแล้วจะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจไทย แต่ในอีกมุมหนึ่งกลับเป็นผลดีต่อประชาชน

            เรื่องเสียงวิจารณ์เศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน นโยบายดอกเบี้ย นโยบายการเงิน การบริหารเศรษฐกิจของประเทศ ใครผิดใครถูก ..ดูจากข้อมูลแล้วก็ไปตัดสินกันเอาเอง

          แต่ที่เห็นๆ แบบจับต้องได้ คือ งานนี้ใครทำอะไรไว้ งามไส้แค่ไหน เห็นกันหมด มาแบบแรงจัดปลัดไม่เกี่ยวกันแบบนี้ ไส้ทุกขดมีหวังออกมากองให้ชาวบ้านตัดสินใจ ว่าควรให้ใครเป็นรัฐบาลบริหารเศรษฐกิจต่อ ….เรื่องร้อนๆ แรงๆ แบบนี้บางทีก็ดีเหมือนกัน