คนไทยตายด้วยโรคหลอดเลือดสมองอันดับ1เช็ดอาการ-ป้องกันก่อนจะสาย!!

88

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ฯเผยคนไทย พิการ –ตาย ด้วยโรคหลอดเลือดสมองสูงเป็นอันดับ 1ปัจจุบันป้องกันได้โดยลดปัจจัยเสี่ยงและรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด คนที่รับการศึกษาน้อย มีสภาวะหูเสื่อม มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้ในอนาคต

เพราะเป็นโรคที่หลายคนมองข้าม โดยเฉพาะคนในวัยทำงาน กับ “โรคหลอดเลือดสมอง” ปนๆ ไปกับความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า เป็นโรคของคนอายุมากเท่านั้น แต่โดยความเป็นจริงแล้วโรคนี้อันตรายกว่าที่คิดและเป็นโรคที่ทำให้คนไทยต้องตายและพิการสูงเป็นอันดับ 1 ซึ่งคนไทยคงจะต้องไปทำความรู้จักกันกับโรคนี้ให้มากยิ่งขึ้น กับ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย พร้อมข้อมูลแนวทางป้องกันไม่ให้ต้องเสี่ยงกับ “โรคหลอดเลือดในสมอง”

“ศ.พญ.นิจศรี  ชาญณรงค์” กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่าโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต คือภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้สูญเสียการทำงานอย่างเฉียบพลัน  เป็นสาเหตุความพิการและเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ พิการ ปีละ 2.5 แสนรายต่อปีและเสียชีวิตจำนวน 5 หมื่นรายต่อปี  โดยให้สังเกตอาการที่เรียกว่า FAST ประกอบด้วย 1. F: Face หน้าเบี้ยว 2. A: arm แขน ขา อ่อนแรง 3. S: Speech พูดไม่ชัด และ 4.T: Time เกิดขึ้นทันใด และ 30 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยจะพิการระยะยาว แต่หากผู้ป่วยมารักษาเร็วภายใน 4.5 ชั่วโมงโอกาสพิการจะลดลง โรคหลอดเลือดสมองแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่  1. โรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน พบประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์  มักเกิดกับหลอดเลือดในสมองหรือหลอดเลือดใหญ่บริเวณคอ ที่ผนังหนาตัวขึ้น เกิดหลอดเลือดตีบและอุดตัน มักพบในผู้มีความดันโลหิตสูง เบาหวาน สูบบุหรี่ หรือไขมันในเลือดสูง หรือการมีลิ่มเลือดมาอุดตันหลอดเลือดสมอง ในรายโรคหัวใจบางชนิด เช่น ลิ้นหัวใจพิการ โรคหัวใจขาดเลือด โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือผู้ที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด  เกิดลิ่มเลือดลอยอยู่ในกระแสเลือดแล้วอุดตันหลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน และ สาเหตุอื่น  ๆ เช่น หลอดเลือดอักเสบจากโรคภูมิต้านทานผิดปกติ หรือจากยาเสพติด การได้รับความกระทบกระเทือนที่หลอดเลือด การให้ยาละลายลิ่มเลือด ได้ผลดีในรายมาถึงโรงพยาบาล ภายในเวลา 4.5 ชั่วโมง  ปัจจุบันมีการใช้อุปกรณ์พิเศษดึงลากลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือดสมอง  ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญและยังมีการรักษาอื่น เช่น การให้ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน, ยาลดระดับไขมันในเลือด เป็นต้น

ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

2.โรคหลอดเลือดสมองแตกหรือเลือดออกในสมอง พบประมาณร้อยละ 20 ส่วนใหญ่เกิดจากโรคความดันโลหิตสูงที่เป็นมานาน และควบคุมได้ไม่ดี ส่วนน้อยเกิดจากหลอดเลือดสมองผิดปกติ โป่งพองหรือเปราะง่าย หรือผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายผิดปกติ เมื่อมีภาวะหลอดเลือดสมองแตก ทำให้มีเลือดออกในเนื้อสมองหรือชั้นใต้เยื่อหุ้มสมอง และเกิดภาวะสมองขาดเลือดและสูญเสียการทำงานเฉียบพลัน ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรค มีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนปกติทั่วไป  อาการข้างเคียงที่พบได้ เช่น ชาครึ่งซีก  ตาข้างใดข้างหนึ่งมองไม่เห็นหรือมองเห็นภาพครึ่งซีกของลานสายตาหรือเห็นภาพซ้อน ปวดศีรษะอย่างรุนแรงและหมดสติ

การรักษาระดับความดันโลหิตให้เหมาะสม หรือให้ยาแก้ไขภาวะเลือดออกง่าย  แพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดเพื่อลดความเสียหายต่อสมอง และรักษาชีวิตผู้ป่วย  การควบคุมรักษาปัจจัยเสี่ยงของโรคอย่างสม่ำเสมอ คุมความดันโลหิต ให้น้อยกว่า 140/90 มม.ปรอท. การเต้นของหัวใจและระดับไขมันและระดับน้ำตาล การงดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์, รับประทานผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด หวานจัด และอาหารที่มีไขมันสูง, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 – 40 นาทีต่อวันจำนวน  3 -5 ครั้งต่อสัปดาห์ พบแพทย์ตามนัดและรับประทานยาสม่ำเสมอและ ถ้ามีอาการผิดปกติที่สงสัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองไม่ควรรอดูอาการควรรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

ด้าน รศ.พญ.ศิวาพร  จันทร์กระจ่าง กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยกล่าวว่า โรคสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความเสื่อมของสมอง จากการประชุม Alzhimer’s Association International Conference 2017 (AAIC 2017) ที่จัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษล่าสุดเมื่อ 2 ปีก่อน พบว่า คนที่ได้รับการศึกษาน้อยและผู้ที่มีสภาวะหูเสื่อม มีโอกาสเสี่ยงเกิดภาวะสมองเสื่อม และกลุ่ม  คือผู้ป่วยซึมเศร้า ซึ่งปัญหาในสังคมไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ การอยุ่คนเดียวเพิ่มโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อม สาเหตุสำคัญของสมองเสื่อมคือเซลล์สมองตายไปก่อนเวลาอันควรพบได้ร้อยละ 60-70 ของอาการสมองเสื่อม รองลงมาคือสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมองในรายเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรืออาจจะผสมกันทั้ง 2 อย่าง สาเหตุอื่น ๆ ที่พบน้อย ได้แก่ สมองเสื่อมจากโรคพาร์กินสัน เป็นต้น ปัจจุบันรักษาเพียงแบบประคับประคองเท่านั้น  เพียงร้อยละ 5-10  สามารถหาสาเหตุชัดเจนที่แก้ไขได้ เช่น ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์,  การขาดวิตามินบี 12, โพรงสมองคั่งน้ำ,  ภาวะซึมเศร้า, ยาบางชนิดที่รบกวนการทำงานของระบบประสาทและดื่มเหล้าจัด

รศ.พญ.ศิวาพร จันทร์กระจ่าง กรรมการบริหารราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ยังไม่มียารักษาโรคสมองเสื่อมให้หายขาดได้  การลดปัจจัยเสี่ยงของ โดยแบ่งออกตามอายุดังนี้ คือ วัยเด็ก  การศึกษาน้อย คือปัจจัยเสี่ยงจนถึงอายุ 15 ปี, วัยกลางคน ความดันโลหิตสูง,โรคอ้วน,โรคหูตึงและวัยผู้สูงอายุ โรคซึมเศร้า, โรค เบาหวาน, ไม่ออกกำลังกาย,สูบบุหรี่ และการไม่เข้าสังคม ดังนั้นการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ สามารถจะทำได้ตั้งแต่วัยเด็ก ให้มีการศึกษาที่เหมาะสมตามเกณฑ์  การรักษาโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหลอดเลือดทั้งหลาย เช่นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน ในวัยหนุ่มสาว การ แก้ไขโรคหูตึง โรคซึมเศร้าในวัยกลางคน การปรับปรุงการดำเนินชีวิตประจำ   เช่น  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3 – 5 ครั้ง การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เป็นต้น. การพูดคุย พบปะผู้อื่นบ่อย ๆ การเข้าชมรมผู้สูงอายุ  พยายามมีสติและฝึกสมาธิอยู่ตลอดเวลาช่วยลดการเกิดสมองเสื่อมได้

และนี่คือ “โรคหลอดเลือดในสมอง” สาเหตุการตายและพิการของคนไทยที่มาแรงเป็นอันดับหนึ่ง แนวทางที่ดีที่สุดก็คือการป้องกัน แทนที่จะรอรับการรักษาเพราะการรักษาโรคนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วแล้ว ยังต้องเผชิญกับภาวะเสี่ยงกันโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่ควรเสี่ยงกับการพิการ หรือ เสียชีวิต หรือแม้แต่จะต้องกินยาไปตลอดชีวิต

รู้แบบนี้แล้วมาช่วยกันทำตามคำแนะนำของคุณหมอ แล้วช่วยกันป้องกันตัวเองให้เสี่ยงน้อยที่สุดกับโรคหลอดเลือดในสมอง โรคที่น่ากลัวสำหรับคนไทยในปัจจุบันกันดีกว่า