7 พรรคการเมืองร่วมลงนามจัดตั้งรัฐบาล รุมจี้กกต.เปิดคะแนนที่เหลือ

156

พรรคเพื่อไทยลงนามร่วมจัดตั้งรัฐบาล 255 เสียง จาก 7 พรรคการเมือง สร้างสัตยาบรรณร่วมกันต่อต้านการสืบทอดอำนาจเผด็จการ พร้อมเปิดทางพรรคอื่นเข้าร่วมขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่ไม่ได้มาแต่ยืนยันเข้าร่วม  รุมจี้กกต.เปิดคะแนนส่วนที่เหลือ ย้ำ โลกทั้งใบกำลังมองมาที่เรื่องนี้

พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำการรวบรวมเสียงจากอีก 6 พรรคการเมือง พร้อมรวม อีก 5 พรรคการเมือง ตั้งโต๊ะแถลงประกาศจัดตั้งรัฐบาล โดยรวมพรรคเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยระบุว่า ได้ร่วมตกลงแล้วเพียงแต่ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งติดภารกิจที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.

ทั้งนี้การรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งครองที่นั่งสูงสุดในสภาฯ นำทีมพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พรรคเสรีรวมไทย (สร.) พรรคประชาชาติ (ปช.) พรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) และพรรคพลังปวงชนไทย รวมเสียงแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะมีเสียงสนับสนุน จำนวน 255 เสียง (รวมพรรคเศรษฐกิจใหม่)

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์​ แคนดิเดตนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าว ​ว่า “พรรคการเมืองบนเวทีมีเจตนารมณ์หยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าจะทำตามสัญญาประชาคม และเจตนารมณ์ของประชาชนที่ได้เลือกมา แม้ตัวเลขยังไม่นิ่ง แต่ก็ไม่ต่ำกว่า 255 เสียงสำหรับพรรคที่ประกาศตัวชัดเจน แต่ก็เชื่อว่ายังจะมีพรรคอื่นที่เข้ามาพูดคุยกันภายหลังต่อไป

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ และแกนนำพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยในฐานะเป็นพรรคการเมืองแสดงตัวชัดเจนการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งมีหน้าที่สำคัญแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ในการยึดอำนาจในอดีตใช้การรัฐประหาร แต่ครั้งนี้มีดีไซน์การต่อท่ออำนาจด้วยกฏเกณฑ์กติกาในรัฐธรรมนูญ ด้วยกลไกลผ่านองค์กรต่างๆ อย่างที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ภารกิจของพรรคที่ประกาศตัวอยู่ในฝั่งประชาธิปไตย ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมือง ต้องการเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศเดินหน้าผ่านการเลือกตั้ง และรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามเจตนารมณ์ของประชาชน พรรคที่ได้ประกาศตัวไม่เห็นด้วยกับการสืบทอดอำนาจ มีความชัดเจนแล้ว มีฉันทานุมัติจากประชาชน เป็นเสียง ซึ่งมากที่สุดในสภาผู้แทนฯ จะดำเนินภารกิจ สำคัญอันดับแรก คือการหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจและสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์”

ด้านนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ประกาศจุดยืนของพรรค 5 ข้อ โดยยืนยันว่านายกรัฐมนตรี ควรมาจากพรรคที่ได้ ส.ส. มาเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง และพรรคอนาคตใหม่อ​สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ อันดับหนึ่งของพรรคเพื่อไทยคือคุณหญิงสุดารัตน์​ เป็นนายกฯ และให้เกียรติพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในการเสนอชื่อนายกฯ ที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ  ตามเงื่อนไขและแนวทางของพรรค ซึ่งเป็นสิทธิของพรรคแกนนำแต่ในเวลานี้ นายกฯ ที่เหมาะสมกับประเทศไทยที่สุดในวันนี้คือคุณหญิงสุดารัตน์”

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

ส่วนกรณีพรรคเศรษฐกิจใหม่ซึ่งมีที่นั่ง 6 เสียง ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการลงนามในครั้งนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ​ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ยืนยันและส่งสารผ่านแกนนำ พท. มาว่า พร้อมสนับสนุนพรรคฝ่ายประชาธิปไตยในการจัดตั้งรัฐบาล หากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะมี 7 พรรคการเมืองที่แสดงจุดยืนร่วมกัน

ขณะที่ทุกพรรคการเมืองที่เข้าร่วมลงนามในการจัดตั้งรัฐบาลและให้สัตยาบรรณในครั้งนี้ ต่างกล่าวขอให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.เร่งเปิดคะแนนส่วนที่เหลือ เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความโปร่งใสให้เกิดขึ้นสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะทุกฝ่ายทั้งคนไทยและคนทั้งโลกต่างเฝ้าติดตามการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และไม่ควรสร้างเงื่อนไขให้เกิดข้อเคลือบแคลงสงสัย

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการ พรรคเพื่อไทย

สำหรับรายชื่อผู้เข้าร่วมพิธีลงนามในครั้งประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ​แคนดิเดตนายกฯ, นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ,​พล.ต.ท. วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรค, นายปลอดประสพ สุรัสวดี

พรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค พรรคเสรีรวมไทย  พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรค

พรรคประชาชาติ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค, พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค พรรคเพื่อชาติ  นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรค,​นายอารี ไกรนรา รองหัวหน้า และพรรคพลังปวงชนไทย  นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรค