ฟันธง!!”ลุงตู่”นายกฯอีกรอบ ลุ้นเพื่อไทยยึดเก้าอี้”ประธานสภาฯ”

76

“ตำแหน่ง ประธานรัฐสภา นี่แหละสำคัญสุด ถ้า ฝ่ายไหนได้ตัวแทนนั่งเก้าอี้ตัวนี้ ก็จะสามารถคุมเกมในสภาได้ทั้งหมด ฝ่ายเดียวกันจะยื่นญัตติ คัดค้าน หรือสนับสนุนนโยบายอะไรก็จะง่าย โดยเฉพาะ มติไม่ไว้วางใจรัฐบาลลุงตู่”

 ใครจะได้เป็น “นายกรัฐมนตรี” ยังคงเป็นการ “ชิงดำ” จาก นักการเมือง 2 ขั้ว คือ ฝ่ายประชาธิปไตยที่มี “พรรคเพื่อไทย” เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ที่ได้ประกาศรวมตัว 7 พรรคการเมือง 255 เสียง ไปเรียบร้อยแล้ว และฝ่ายสนับสนุน คสช. ที่มี “พรรคพลังประชารัฐ” ที่ประกาศตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยอ้าง Popula Vote ซึ่งดูขัดๆ กับ ระบอบการปกครองไทย ที่ไม่มีการเลือก “นายกรัฐมนตรี” หรือ “ประธานาธิบดี” โดยตรง…

ภาพทุกอย่างจะชัดเจนมากขึ้นเมื่อ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ กกต. ประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 9 พ.ค.62 หลังจากเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฯ

ถ้าดูตาม รธน.50 จะเห็นชัดเจนเลยว่า คนที่มี “อำนาจตัดสิน” เลือกใครเป็น “นายกรัฐมนตรี” จะขึ้นอยู่กับ “วุฒิสมาชิก” หรือ “สว. 250 เสียง” ที่แต่งตั้งโดย “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หรือ “ลุงป้อม” เป็นหลัก

ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ดังนั้น คนที่จะเป็น นายกรัฐมนตรี คนต่อไปขอ “ฟันธง” ไว้ล่วงหน้าเลยว่า ยังไงก็คงเป็น “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หรือ “ลุงตู่” คนเดิม โดยมี “250สว.” จับมือกับ “พรรคพลังประชารัฐ” และพรรคอื่นๆ ที่ไม่ลงสัตยาบรรณ ร่วมกับ “พรรคเพื่อไทย” เป็นกองกำลังสนับสนุน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.

แต่ปัญหาจริงๆ ก็คือ การพิจารณานโยบายต่างๆ รวมถึง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเป็นอำนาจของ “สภาล่าง” คือ “สภาผู้แทนราษฎร” ตรงนี้จะทำให้ “รัฐบาลลุงตู่” ทำงานได้ลำบาก เพราะเป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” สว.เข้ามาโหวตช่วยไม่ได้ เรียกว่า ออกนโยบายอะไรมา “โหวตยังไงก็แพ้” เว้นแต่จะอาศัย “พลังดูด” อีกรอบ ดูด “งูเห่า” จากพรรคอื่นๆ เข้าไปเป็นกองกำลังเสริม ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีการดูดกันครั้งใหญ่โตมโหฬาร มากกว่าครั้งไหนๆ เรียกว่า “ทุ่มไม่อั้น” กันเลยทีเดียว ซึ่งขณะนี้ “ค่าตัว” ของ “งูเห่า” แต่ละตัว ตามข่าวอ้างว่าเพิ่มสูงขึ้นทะลุหัวละ 100 ล้านบาท เข้าไปแล้ว!

เอาละ…เว้นเรื่อง “งูเห่า” เอาไว้ก่อน มาดูตรง “หัวใจ” ของเรื่องราวที่ทั้ง 2 ฝ่ายต้อง “ชิงธง” กันให้ได้ และเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุด ก็คือ ตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ซึ่งจะต้องโหวตเลือกกันในวันเปิดประชุมสภาครั้งแรก หลังจาก “รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา”

เมื่อรัฐพิธีเปิดประชุมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นหน้าที่ของ “สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร” จะเชิญสมาชิกให้มาประชุมกัน เป็นครั้งแรก เพื่อเลือกตั้ง ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานฯ ซึ่งประธานสภาผู้แทนฯ จะทำหน้าที่เป็น “ประธานรัฐสภา” ของทั้ง วุฒิสภา และสภาผู้แทนฯ โดยตำแหน่งอีกด้วย

ภาพประกอบข่าวจากเพจ วิทยุและโทรทัศน์ รัฐสภา

 

ตำแหน่ง ประธานรัฐสภา นี่แหละ สำคัญสุด ถ้า ฝ่ายไหนได้ตัวแทนนั่งเก้าอี้ตัวนี้ ก็จะสามารถคุมเกมในสภาได้ทั้งหมด ฝ่ายเดียวกันจะยื่นญัตติ คัดค้าน หรือสนับสนุนนโยบายอะไรก็จะง่าย โดยเฉพาะ มติไม่ไว้วางใจรัฐบาลลุงตู่ ที่มีเสียงง่อนแง่น หรือเป็น รัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็อาจะล้มเผละลงมาได้ง่ายๆ !!

เมื่อ รัฐบาลลุงตู่ แพ้โหวตไม่ไว้วางใจ “ลุงตู่” ก็ต้อง “ยุบสภา” เพื่อให้มีการเลือกตั้งกันใหม่อีกรอบ ซึ่งตอนนั้นเชื่อว่า “บัตรเกิน – บัตรผี” จะทำได้ยาก เพราะพรรคการเมืองทุกพรรคจะเข้มงวดการลงคะแนน และการนับคะแนน กันมากกว่าเดิม ซึ่งการเลือกตั้งรอบต่อไปน่าจะได้ “คะแนนจริง” และเป็น “มติมหาชน” อย่างแท้จริง!

แน่นอนว่า หลังจากได้รัฐบาลใหม่อีกครั้ง จะมี “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ให้กลับมาเป็น “ประชาธิปไตยเต็มใบ” ลดอำนาจ สว. และอำนาจทหาร ที่มีอำนาจมากเกินไปอยู่ตอนนี้ เพื่อให้ “ประชาชน” มีสิทธิ และเสรีภาพ เท่าเทียมกัน หลุดพ้นจาก “อำนาจมืด” ไปได้อย่างแท้จริงเสียที!

 

เทวัญ จงกลรอด