อพท. ดึงชุมชน-เอกชน สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน

22

อพท. เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “สัมมนาเชื่องโยงเครือข่าย CBT Thailand” ดึงผู้นำวงการท่องเที่ยวโดยชุมชนร่วมถอดบทเรียน มุ่งสร้างชุมชนท่องเที่ยวยั่งยืน

ใน“เวทีสัมมนาเชื่อมโยงเครือข่าย CBT Thailand” จัดโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวโดยชุมชนถือเป็นสิ่งสำคัญในการท่องเที่ยวของประเทศไทย เพราะเป็นเครื่องมือช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้คนในชุมชนรู้จักที่จะหวงแหน อนุรักษ์ให้เกิดการสืบทอดต่อไปอย่างยั่งยืน
ใช้ท่องเที่ยวยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน


ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ได้มองเรื่องการพัฒนาการท่องเที่ยวเพียงแค่มิติด้านเศรษฐกิจ แต่เรากำลังใช้การท่องเที่ยวให้เป็นประโยชน์ในมิติด้านสังคม คือใช้การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมาช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และใช้การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพในการคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีหัวใจการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ โดยชุมชนท้องถิ่นต้องได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม สามารถใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือที่ทำให้รายได้ครัวเรือนดีขึ้น สังคมน่าอยู่ ผู้คนเกิดความสามัคคี
นอกจากความเข้มแข็งของชุมชนที่ทำให้การท่องเที่ยวโดยชุมชนจะสำเร็จด้วยดี การได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา จะทำให้ชุมชนที่ทำเรื่องการท่องเที่ยวสามารถก้าวผ่านปัญหาและอุปสรรคไปได้จากการบูรณาการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน และพร้อมที่จะร่วมแก้ไขปัญหาอุปสรรคให้กับชุมชน ที่มีความมุ่งมั่นจะพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวในพื้นที่ของตัวเอง


นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า ที่ผ่านมา อพท. พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการท่องเที่ยวโดยชุมชนสามารถเป็นเครื่องมือในการพัฒนาให้ชุมชนมีความอยู่ดีมีสุข เกิดการมีส่วนร่วม ชุมชนเข้มแข็ง และก้าวต่อไปคือความยั่งยืน เพราะแนวคิดการทำท่องเที่ยวของ อพท. ไม่ได้หวังผลลัพธ์แค่เรื่องการท่องเที่ยว แต่ อพท. ต้องการให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือหนึ่ง หรือปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความภูมิใจในวิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีของตัวเอง และเกิดการสืบทอด ซึ่งถือเป็นภูมิคุ้นกันที่ดีในสภาวะปัจจุบันที่อยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลง เพราะหากชุมชนเข้มแข็ง ประเทศไทยก็จะเข้มแข็งด้วย
“อพท. ต้องการให้การสัมมนาเชื่อมโยงเครือข่าย CBT Thailand เป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะนำกลับไปคิดและพัฒนาต่อไป”


นายสมศักดิ์ อินทะชัย ประธานชมรมเครือข่ายส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่พิเศษ หรือ ชคพ. กล่าวว่า งานสัมมนาครั้งนี้มีชุมชนที่เข้าร่วม 45 ชุมชนจากทั่วประเทศ อาทิ ซะซอมโฮมสเตย์ จ.อุบลราชธานี, เกาะพิทักษ์ จ.ชุมพร, บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่, ชุมชนท่าระแนะ จ.ตราด และชุมชนบ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม รวมถึง 14 ชุมชนต้นแบบในพื้นที่พิเศษของ อพท.
อย่างไรก็ตาม เวทีสัมมนาในครั้งนี้ นับเป็นการระดมพลังแกนนำการท่องเที่ยวโดยชุมชนชั้นนำทั่วประเทศมาร่วมกันถอดบทเรียน เพื่อนำเสนอประเด็นความท้าทายและข้อเสนอแนะร่วมเพื่อขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนในระดับนโยบาย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป และครั้งนี้ยังเป็นโอกาสอันดีที่ อพท. ได้จับมือกับสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (TFOPTA) พัฒนาการตลาดการท่องเที่ยวโดยชุมชน
โดยได้เชิญสมาชิกซึ่งเป็นสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวทุกภูมิภาคและบริษัทนำเที่ยวกว่า 100 บริษัท มาพบปะกับแกนนำชุมชน เพื่อเจรจาส่งเสริมการตลาดให้กับชุมชนท่องเที่ยวที่มีศักยภาพอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นมิติใหม่ที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะร่วมพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนต่อไป