“สหรัฐ-อียู” โต้ “บัวแก้ว” ปัดแทรกแซงคดี “ธนาธร”

27

“สหรัฐ-อียู” โต้ “บัวแก้ว” ปมร่วมสังเกตการณ์คดี “ธนาธร” ยันทำตามมาตรฐานปฏิบัติทางการทูตปกติ ไม่ได้แทรกแซง ชี้คดีได้รับความสนใจอย่างสูงทั่วโลก

สำนักข่าวเอพี รายงานถึงกรณีที่ กระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้เชิญเอกอัครราชทูตและอุปทูตจากสถานเอกอัครราชทูตและสหภาพยุโรปรวม 11 แห่ง มาพูดคุยในวันที่ 10-11 เม.ย. เพื่อแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับการปรากฏตัวของผู้แทนการทูตเหล่านี้ที่สถานีตำรวจนครบาล (สน.) ปทุมวัน เพื่อร่วมรับฟังการแจ้งข้อหาต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเกินเลยภารกิจทางการทูต และถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย ทั้งยังละเมิดหลักปฏิบัติและพันธกรณีทางการทูตภายใต้อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูตนั้น
นายจิลเลียน บอนนาร์โดซ์ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ระบุผ่านแถลงการณ์ที่เผยแพร่ให้สื่อทางอีเมล์ว่า นายปีเตอร์ เฮย์มอนด์ อุปทูตสหรัฐได้ไปเข้าพบเจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงการต่างประเทศตามคำเชิญของกระทรวง อย่างไรก็ดี สถานทูตสหรัฐได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมฟังการพิจารณาคดีในกรณีที่ได้รับความสนใจอย่างสูงทั่วโลก เพื่อรับประกันว่าการดำเนินคดีจะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และเคารพหลักกฎหมาย
“การดำเนินการเช่นนี้ถือเป็นแนวปฏิบัติปกติในทางการทูต สหรัฐให้ความสนใจต่อกรณีดังกล่าวเช่นเดียวกับอีกหลายๆ กรณี เราเข้าไปสังเกตการณ์ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ได้ข้อมูลปฐมภูมิในการดำเนินคดี”
ขณะที่ผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ระบุว่า การสังเกตการณ์การไต่สวนหรือการดำเนินคดี เป็นการดำเนินการตามหลักปฏิบัติปกติทางการทูตที่ทำกันทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการยึดมั่นต่อสิ่งที่ถือเป็นมาตรฐานสากล อาทิ สิทธิมนุษยชน และการดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย
“การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นสิ่งที่จะบ่งชี้ว่ามีการแทรกแซงทางการเมือง หรือเป็นการให้การสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่งเป็นการเฉพาะ”
นอกจากนี้ อียูยัแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยที่ให้ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกให้กับการสังเกตการณ์ และยังเสนอที่จะบรรยายสรุปให้กับคณะผู้แทนทางการทูตอีกด้วย