กกต. ประเดิมแจก “ใบส้ม” พท.เชียงใหม่ เขต 8

กกต. แจก ใบส้ม “สุรพล” ว่าที่ ส.ส. เขต 8 เชียงใหม่ เพื่อไทย เข้าข่ายผิด พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(2) “สุรพล” น้อมรับ แต่ข้องใจกกต.ตั้งเป้าพิจารณาข้อร้องเรียนเฉพาะบางพรรค

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งวันที่ 23 เมษายน ที่ประชุม กกต.มีมติสั่งเพิกถอนสิทธิสมัคร นายสุรพล เกียรติไชยากร ว่าที่ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ไว้เป็นการชั่วคราว (1 ปี) หลังพิจารณาสำนวนสืบสวนที่คณะกรรมการสืบสวน ของสำนักงาน กกต.จังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้ามาหลายงานแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของนายสุรพล เข้าข่ายผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73(2) ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิวัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด
ทั้งนี้ มติดังกล่าวมีผลให้ กกต. ต้องสั่งเลือกตั้งใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดเชียงใหม่ด้วย เนื่องจากในวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา นายสุรพลเป็นผู้ได้รับการคะแนนเลือกตั้งมาเป็นลำดับที่ 1 ด้วยคะแนน 52,165 คะแนน เมื่อ กกต.สั่งระงับสิทธิสมัครนายสุรพล และสั่งเลือกตั้งใหม่ จำนวนคะแนนดังกล่าว กกต.จะไม่นำมารวมนับเป็นคะแนนที่จะคำนวณเพื่อจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อให้กับพรรคการเมือง และยังต้องดำเนินการเอาผิดนายสุรพล ตามมาตรา 138 โดยร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ) หรือสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ต่อไป ซึ่งในการเลือกตั้งใหม่ ตามกฎหมายจะยังคงใช้ผู้สมัครชุดเดิม ลงแข่งขัน แต่นายสุรพลจะไม่สามารถลงแข่งขันได้
ด้านนายสุรพล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีกลุ่มคนที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มคนจอมทองและผู้รักประชาธิปไตยจอมทอง ได้ไปยื่นร้องต่อ กกต.จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ตรวจสอบกรณีการทอดผ้าป่าในพื้นที่ ที่อาจเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ ซึ่งตนเองก็ได้ชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดต่อ กกต.แล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทอดผ้าป่าดังกล่าว แต่มีการถวายปัจจัยให้กับพระรูปหนึ่งเป็นจำนวน 2,000 บาท ซึ่งไม่เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ เพราะพระรูปดังกล่าว ไม่มีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งอยู่แล้ว และเป็นการถวายในนามส่วนตัว โดยพระรูปดังกล่าว ก็ได้เป็นพยานเข้าชี้แจงต่อ กกต.ด้วยเช่นกัน
นายสุรพล กล่าวอีกว่า คาดไม่ถึงที่ กกต.จะมีมติเช่นนี้ ทั้งที่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดไปแล้ว และแปลกใจที่ กกต.ตั้งเป้าพิจารณาข้อร้องเรียนเฉพาะพรรคการเมืองบางพรรค แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีมติออกมาเช่นนี้ ก็ต้องยอมรับกับกติกาที่ออกมา