เฮงเค็ลโชว์ผลงานไตรมาสแรก ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 มาอยู่ที่ 4,969 ล้านยูโร  

15

“แม้ว่าภาวะตลาดจะมีความท้าทายเพิ่มขึ้น แต่บริษัทเฮงเค็ลสามารถสร้างยอดขายเติบโตได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี ในระดับกลุ่มบริษัทส่วนต่างกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (adjusted EBIT margin) และกำไรต่อหุ้น (adjusted EPS) ยังอยู่ในกรอบของเป้าหมายทั้งปีของเรา” ฮานส์ แวน ไบเล่น ซีอีโอ ของเฮงเค็ล กล่าว

“โดยรวม พัฒนาการทางธุรกิจของเราในไตรมาสแรกของปี 2562 มีลักษณะคละกัน อย่างที่ได้คาดไว้ ธุรกิจเทคโนโลยีกาวได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวการผลิตในหลายอุตสาหกรรม แต่เราคาดว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง” ฮานส์ แวน ไบเล่น อธิบาย

“ในส่วนของธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจบิวตี้แคร์ (Beauty Care) เติบโตได้ต่ำกว่าการคาดการณ์ของเรา เราประสบความสำเร็จในการเปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ อีกทั้งธุรกิจความเชี่ยวชาญด้านผมยังเติบโตได้ดีกว่าตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจค้าปลีกของเราในภูมิภาคสำคัญเช่น ยุโรปตะวันตกและประเทศจีน เผชิญความท้าทาย เราหารือแนวทางพัฒนาโดยได้ใช้วิธีการตั้งเป้าหมาย ซึ่งมุ่งจะกระตุ้นการเติบโตและปรับปรุงการดำเนินงานในธุรกิจบิวตี้แคร์ ให้ดีขึ้น” ฮานส์ แวน ไบเล่น กล่าวเสริม

“ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเริ่มต้นปีนี้ด้วยดี ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเปิดตัวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่”

ลงทุนในการเติบโตและพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน
“มองไปข้างหน้า เราจะเน้นที่การเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจของเราต่อไป โดยลงทุนในการเติบโต ยกระดับด้านเทคโนโลยี และปรับโครงสร้างอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เราบรรลุเป้าหมายทั้งปี” ฮานส์ แวน ไบเล่น กล่าว

ในช่วงต้นปี บริษัทเฮงเค็ลได้ประกาศยกระดับการลงทุนเพื่อการเติบโต โดยมุ่งหาโอกาสเติบโตเพิ่มเติมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงการเร่งปรับองค์กรเข้าสู่การใช้เทคโนโลยีเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ เฮงเค็ลยังได้นำมาตรการหลายด้านมาใช้เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจของบริษัท

ยืนยันเป้าหมายปี 2562
“เรายืนยันเป้าหมายทั้งปีของเรา” ฮานส์ แวน ไบเล่น กล่าว “เราคาดว่าการเติบโตของยอดขายปกติจะอยู่ระหว่างร้อยละ 2 ถึงร้อยละ 4 ในปีงบประมาณนี้ สำหรับส่วนต่างกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (adjusted EBIT margin) เราคาดว่าจะอยู่ระหว่างร้อยละ 16 ถึงร้อยละ 17 ในขณะที่กำไรต่อหุ้นจะเติบโตเป็นเลขตัวเดียวต่ำกว่าปีก่อน ณ อัตราแลกเปลี่ยนที่คำนวณโดยหักผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน”

ผลการดำเนินงานด้านยอดขายและกำไรในไตรมาสแรกของปี 2562
ยอดขายในไตรมาสแรกของปี 2562 ปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 มาอยู่ที่ 4,969 ล้านยูโร ยอดขายปกติซึ่งไม่รวมผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินและการเข้าซื้อกิจการ/เลิกกิจการ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 โดยการเข้าซื้อกิจการและการเลิกกิจการคิดเป็นร้อยละ 0.6 ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลดีต่อยอดขายร้อยละ 1.5

ในส่วนของธุรกิจเทคโนโลยีกาว ยอดขายปกติลดลงร้อยละ 0.8 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของภาคยานยนต์และภาคอิเล็กทรอนิกส์ ยอดขายของธุรกิจบิวตี้แคร์ ลดลงร้อยละ 2.2 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของธุรกิจค้าปลีกในยุโรปตะวันตกและประเทศจีน ในขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเติบโตอย่างเข้มแข็งเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 อันเป็นผลมาจากความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ในตลาดสำคัญ

ตลาดเกิดใหม่ยังคงสร้างความเติบโตได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยในส่วนของการเติบโตปกติทั้งหมดของกลุ่มบริษัท โดยมียอดขายปกติเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 ในส่วนของตลาดที่อิ่มตัวแล้วมียอดขายลดลงร้อยละ 0.4

ยอดขายในยุโรปตะวันตกลดลงร้อยละ 1.3 percent ในขณะที่ยอดขายในยุโรปตะวันออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 percent สำหรับตลาดแอฟริกา/ตะวันออกกลาง ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.5 ยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 ส่วนยอดขายในละตินอเมริกาเติบโตร้อยละ 8 และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยอดขายลดลงร้อยละ 8.8 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 795 ล้านยูโร ลดลงร้อยละ 5.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2561 (842 ล้านยูโร)

ผลตอบแทนจากการขาย (EBIT) อยู่ที่ร้อยละ 16.0 percent ลดลง 1.4 จุดจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

กำไรต่อหุ้นลดลงร้อยละ 6.3 จาก 1.43 ยูโร ในไตรมาสแรกของปี 2561 มาอยู่ที่ 1.34 ยูโร ในไตรมาสแรกของปี 2562 ณ อัตราแลกเปลี่ยนคำนวณโดยหักผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน กำไรต่อหุ้นลดลงร้อยละ 6.3 เช่นเดียวกัน

เงินทุนหมุนเวียนสุทธิเมื่อคิดเป็นร้อยละของยอดขายอยู่ที่ร้อยละ 6.6 ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าไตรมาสแรกของปี 2561 (ร้อยละ 6.2)

กระแสเงินสดอิสระในไตรมาสแรกของปี 2562 อยู่ที่ 523 ล้านยูโร ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วอย่างมาก (22 ล้านยูโร) ซึ่งตัวเลขนี้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษของบริษัทในการสร้างกระแสเงินสดอิสระ

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 ฐานะทางการเงินสุทธิของเฮงเค็ลอยู่ที่ -2,478 ล้านยูโร (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 อยู่ที่ -2,895 ล้านยูโร)

ผลการดำเนินงานของหน่วยธุรกิจ
ธุรกิจเทคโนโลยีกาวเติบโตชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยมียอดขายปกติลดลงร้อยละ 0.8 ในไตรมาสแรกของปี ยอดขายเบื้องต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 มาอยู่ที่ 2,309 ล้านยูโร กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 388 ล้านยูโร เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ 410 ล้านยูโร ผลตอบแทนจากการขายอยู่ที่ร้อยละ 16.8 (ไตรมาสแรกของปี 2561 อยู่ที่ร้อยละ 18.1)

ยอดขายปกติของธุรกิจบิวตี้แคร์ ลดลงร้อยละ 2.2 ในไตรมาสแรก ยอดขายเบื้องต้นอยู่ที่ 960 ล้านยูโร เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ 965 ล้านยูโร กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 144 ล้านยูโร และผลตอบแทนจากการขายอยู่ที่ร้อยละ 15 ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ยอดขายปกติของธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.7 ในไตรมาสแรกของปี ยอดขายเบื้องต้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3 มาอยู่ที่ 1,667 ล้านยูโร กำไรจากการดำเนินงานลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ 1.9 ผลตอบแทนจากการขายอยู่ที่ร้อยละ 17.1 ซึ่งต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

เกี่ยวกับเฮงเค็ล
เฮงเค็ล ดำเนินธุรกิจทั่วโลกด้วยพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่สมดุลและหลากหลาย บริษัทฯ เป็นผู้นำในสามกลุ่มธุรกิจทั้งในธุรกิจเพื่ออุตสาหกรรมและธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค อันเป็นผลมาจากแบรนด์ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง ธุรกิจเทคโนโลยีกาวของเฮงเค็ล (Adhesive Technologies) เป็นผู้นำในตลาดกาวในทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก ในธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน และผลิตภัณฑ์บิวตี้แคร์ (Laundry & Home Care and Beauty Care businesses) เฮงเค็ลเป็นผู้นำในหลายตลาดและประเภทผลิตภัณฑ์ทั่วโลก เฮงเค็ลก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2419 และมีประวัติความสำเร็จอันยาวนานกว่า 140 ปี ในปี พ.ศ. 2560 เฮงเค็ลมียอดขายมากกว่า 2 หมื่นล้านยูโร และมีผลกำไรดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว 3,500 ล้านยูโร แบรนด์ชั้นนำ 3 อันดับแรกของเฮงเค็ล คือ ล็อคไทท์ (กาว) ชวาร์สคอฟ (ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม) และเพอร์ซิล (ผงซักฟอก) มียอดขายรวมกัน 6,400 ล้านยูโร เฮงเค็ลมีพนักงานมากกว่า 53,000 คนทั่วโลก ซึ่งมีความหลากหลายมีความมุ่งมั่น รวมกันเป็นหนึ่งเดียวด้วยวัฒนธรรมขององค์กรที่แข็งแกร่ง มีจุดมุ่งหมายร่วมกันในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน และมีคุณค่าร่วมกัน ในฐานะผู้นำด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นที่ยอมรับ เฮงเค็ลได้รับการยกย่องจากดัชนีและการจัดอันดับระหว่างประเทศต่างๆ หุ้นบุริมสิทธิของเฮงเค็ลจดทะเบียนอยู่ในดัชนีหลักทรัพย์ DAX ของเยอรมนี ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าชมที่ www.henkel.com