สิงห์ เอสเตท “#SeaYouTomorrow ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ”

30

สิงห์ เอสเตท เปิดโครงการ “#SeaYouTomorrow ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ” เดินหน้าสนับสนุนภาครัฐ พร้อมชวนคนไทยสร้างสำนึกรักทะเลเนื่องในวันทะเลโลก

สิงห์ เอสเตท ร่วมตระหนักถึงความสำคัญของท้องทะเล เปิดโครงการ “#SeaYouTomorrow ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ” มุ่งเน้นจิตสำนึกในการรักษา หวงแหน และสร้างสมดุลให้ธรรมชาติ พร้อมเดินหน้าสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐฯ และองค์กรต่างๆ เพื่อต่อยอดงานที่ผ่านมา ล่าสุดจับมือนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย ชวนประกวดภาพถ่ายแห่งท้องทะเลรณรงค์ให้ทุกคนเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์คุณค่าและความงดงามของทะเล

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สิงห์ เอสเตท มีปรัชญาในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างคุณประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกกลุ่ม ซึ่งที่ผ่านมาทางบริษัทฯ ได้ร่วมสนับสนุนโครงการประชารัฐเพื่ออุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ในการป้องกันและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การร่วมสนับสนุนโครงการพีพี โมเดล ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้จัดการอุทยานฯ โดยอิงตามหลัก IUCN ด้วยการใช้หลักธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหาเน้นการคืนสมดุลธรรมชาติ เริ่มตั้งแต่การบริจาคเรือตรวจการ บริจาคทุ่นลอยเพื่อใช้จอดเรือ รวมไปถึงการสนับสนุนกิ่งปะการังที่ฟื้นฟูด้วยแปลงอนุบาลลอยน้ำให้กับทางอุทยานฯ และในปี 2561 บริษัทฯ ได้สนับสนุนโครงการติดตามและฟื้นฟูปะการังโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศให้กับอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยมีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นที่ปรึกษา ซึ่งจากผลสำรวจปะการังบริเวณเกาะยูงตลอดระยะเวลา 1 ปี ( พ.ค. 61-เม.ย.62) พบว่าปะการังมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงยังได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre : MDC) แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตทางทะเล ณ โรงแรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไป และนักท่องเที่ยวได้เข้าศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศของเกาะพีพี”

นายนริศ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “เมื่อเราได้ลงมือทำแล้ว เห็นได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ธรรมชาติเกิดการฟื้นฟูอย่างเห็นได้ชัด สังคม ชุมชน เกิดความตระหนักรู้อย่างจริงจังเราจึงตั้งใจที่จะทำอย่างต่อเนื่อง นโยบายด้านการสนับสนุนหน่วยงานของภาครัฐซึ่งนอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อมที่เรามองเป็นภาพระยะยาวแล้ว เรายังเน้นการสร้างความตระหนักรู้ที่ตัวบุคคลด้วย โดยในวันทะเลโลกปีที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ได้จัดทำแคมเปญ #SeaYouTomorrow รณรงค์ลดขยะพลาสติก และการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง เพื่อลดการสร้างขยะจากเมืองไปสู่ทะเล สร้าง และปลุกจิตสำนึกการแยกขยะที่ถูกต้อง ต่อยอดสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืนในการลด ละ เลิกใช้ถุงพลาสติก แล้วหันมาใช้ถุงผ้า

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน)(ขวา), นายเจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จักการ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)(ซ้าย)

ล่าสุดในปี 2562 นี้ สิงห์ เอสเตท จึงจัดตั้งโครงการ“#SeaYouTomorrow ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ” ซึ่งจะเป็นโครงการหลักในด้านการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ พร้อมเปิดตัวแคมเปญดี ๆ ร่วมกับนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย จัดโครงการประกวดภาพถ่ายหัวข้อ “ทะเลวันพรุ่งนี้อยู่ในมือคุณ” ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. – 25 ก.ค. นี้ เพื่อมุ่งสร้างการตระหนักรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน โดยเรามีเป้าหมายหลัก คือ อยากให้ทุกคนมาร่วมแบ่งปันภาพถ่ายแห่งท้องทะเล เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนร่วมกันอนุรักษ์คุณค่า และความงดงามของท้องทะเล ซึ่งทุกคนสามารถร่วมกิจกรรมนี้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นช่างภาพอาชีพ ใครก็ร่วมกับเราได้เพียงแค่คุณส่งภาพ พร้อมบรรยายสั้นๆ ถึงแง่คิดหรือวิธีการเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกของทุกคน เพื่อทำให้ทะเลวันพรุ่งนี้ดีกว่าเดิม โดยเราตั้งเป้าว่าจะมีคนส่งภาพเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 10,000 ภาพ และสร้างการรับรู้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่มากกว่า 500,000 คน ซึ่งทุกภาพมีสิทธิ์ร่วมลุ้นทริปสุดพิเศษ “Explore the Maldives ครั้งแรกของคนไทยที่จะได้สัมผัสมัลดีฟส์ในมุมมองใหม่ แบบตัวต่อตัวกับช่างภาพสายธรรมชาติแถวหน้าของเมืองไทย โดยสามารถดูรายละเอียดกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ www.seayoutomorrow.org”

ด้าน ดร. ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนัก สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า “กรมอุทยานฯ มุ่งสร้างจิตสำนึกให้ชุมชนมีความหวงแหนและมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรท้องถิ่น เพื่อเป็นการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพ แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องนี้ทางกรมฯ ไม่สามารถทำฝ่ายเดียวได้ ทรัพยากร ธรรมชาติเป็นของพวกเราทุกคน ทุกภาคส่วนจึงควรจะต้องมีส่วนรวม และให้ความร่วมมือในการดูแลรักษา สิงห์ เอสเตท ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของภาคเอกชน ที่ได้เข้ามาสนับสนุนภาครัฐโดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จนเห็นเป็นรูปธรรม อาทิ การมอบทุ่นจอดเรือที่ทะเลแหวก เพื่อป้องกันรักษาไม่ให้แนวปะการังเสียหายจากการทิ้งสมอของเรือท่องเที่ยว สนับสนุนเรือตรวจการณ์เพื่อให้เจ้าหน้าที่อุทยานได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการวิจัย สาหร่ายจิ๋ว (Zooxanthellae) ฟื้นฟูปะการังฟอกขาว หรือการสนับสนุนสื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวในเขตอุทยาน เป็นต้น

โอกาสนี้ถือเป็นอีกหนึ่งนิมิตหมายที่ดีและเป็นตัวอย่างที่ดีในการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อดูแลรักษาทรัพยากร ชุมชน ธรรมชาติ และพื้นที่แวดล้อม โดยเฉพาะพื้นที่ๆ เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตทุกภาคส่วนจะตระหนักถึงปัญหา และร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และเห็นผลได้มากขึ้น”

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเลมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติม “แนวคิดพีพี โมเดล นับเป็นต้นแบบของแผนปะการังแห่งชาติ ภายใต้แผนปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ดำเนินมาเป็นเวลานาน และมีพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนี้ปัญหาปะการังฟอกขาวได้กลับมาอีกและเป็นประเด็นที่สังคมวงกว้างควรตระหนักและร่วมกันแก้ปัญหา ปะการังเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นแหล่งอาหารหรือที่หลบภัยของสัตว์น้ำต่าง ๆ เป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างความสมดุลของระบบนิเวศทางทะเล นำมาซึ่งแหล่งอาหารของมนุษย์ ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวพวกเราอย่างมาก

ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับ สิงห์ เอสเตท เกิดโครงการขึ้นหลายโครงการ และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยน แปลงในทางที่ดีอย่างเห็นได้ชัด ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน เป็นผลดีกับทุกฝ่าย ส่วนตัวมองว่าสังคมยังคงต้อง การผู้กล้า หน่วยงานที่พร้อมร่วมมือกับภาครัฐอย่างจริงจังอีกมาก เพื่อให้เกิดการพัฒนาและดูแลทรัพยากรธรรมชาติกันอย่างยั่งยืน”