“อนาคตใหม่” จับตาบรรทัดฐานศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตา 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ

18

“อนาคตใหม่” ชวนจับตาศาลรัฐธรรมนูญฟัน 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ 19 มิ.ย.นี้ ชี้ต้องมาตรฐานเดียว “ธนาธร” 7 วัน รับคำร้อง สั่งยุติปฏิบัติหน้าที่สส.

ที่พรรคอนาคตใหม่ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) แถลงถึงการติดตามคำร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ 41 ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล กรณีถือหุ้นสื่อ ตามมาตรา 98(3) ที่ถูกส่งไปศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า พรรคอนาคตใหม่กำลังติดตามบรรทัดฐานการพิจารณาของ 41 ส.ส. ซึ่งหากเทียบกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ศาลมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาและสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว ภายใน 7 วัน ถ้ากรณีของ 41 ส.ส. ไปในทิศทางเดียวกัน ภายในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ก็ต้องมีคำสั่งเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ยังคล้ายกับกรณีของนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัครส.ส. สกลนคร เขต 2 ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตัดสิทธิสมัครเลือกตั้ง เนื่องจากใบบริคณห์สนธิระบุว่าทำสื่อ แต่ในทางปฏิบัตินั้นประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง
นายณัฐชา กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองที่ฝ่ายรัฐบาลอยู่ระหว่างการต่อรองเก้าอี้นั้น พรรคอนาคตใหม่ก็จะเดินหน้าทำงานอย่างยึดโยงกันทั้งในและนอกสภา ส.ส.แต่ละพื้นที่ได้ลงรับฟังปัญหาประชาชน เพื่อนำไปขับเคลื่อนแก้ปัญหาในสภาต่อไป ทั้งยังมีการจัดเสวนาเรื่องปัญหาประมง การกระจายอำนาจ และเปิดศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ในแต่ละพื้นที่ด้วย
ด้าน นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองโฆษกพรรค กล่าวว่า การเมืองเก่าใช้ช่องทางตามกฎหมายโจมตีฝ่ายตรงข้ามอย่างที่เคยทำ ซึ่งอนาคตใหม่ไม่เห็นด้วยกับการใช้สาระในบริคณห์สนธิฐานประกอบกิจการสื่อมาโจมตีกัน เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายมีไว้เพื่อไม่ให้ส.ส.ครอบงำสื่อ ไม่ใช่กำหนดอยู่ในแบบฟอร์มแต่ไม่ได้ทำ ซึ่งกรณีนายภูเบศวร์นั้นชัดเจนว่าทำเรื่องรับเหมาก่อสร้าง กรณีของนายธนาธรนั้นโอนหุ้นแล้ว แตกต่างกับกรณีของ 41 ส.ส. ที่ชัดเจนว่า ยังคงถือหุ้นบริษัทตามที่กำหนดในใบบริคณห์สนธิทั้งที่เข้าทำหน้าที่ส.ส.แล้ว การร้องเรียนทั้งหมดต้องการทำเพื่อให้ผู้มีอำนาจเห็นว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น และต้องการให้ประชาชนเห็นถึงบรรทัดฐานของกระบวนการยุติธรรม ส่วนจะมีท่าทีอย่างไรต่อไปนั้น ต้องรอดูวันที่ 19 มิถุนายนนี้ว่าจะมีผลออกมาอย่างไร