“อุตตม” ลั่น “ผมไม่ผิด อย่าบิดเบือน” กรุงไทยปล่อยกู้กฤษดามหานคร

18
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

“อุตตม” โพสต์เฟซบุ๊ก โต้เพื่อไทย คดีกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดามหานคร ลั่น “ผมไม่ผิด อย่าบิดเบือน” ยันไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิด ตอกกลับไปตามหาจำเลยหนีคดี มีประโยชน์ต่อชาติกว่า

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กตอบโต้กรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมกระทู้ถามกรณีอนุมัติให้ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กับบริษัทกลุ่มกฤษดามหานคร ซึ่งอาจขัดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ระบุว่า “ผมไม่ผิด อย่าบิดเบือน” เพื่อนที่รักและพี่น้องประชาชนที่เคารพครับ ความจริงผมไม่คิดว่า ต้องมาเขียนชี้แจงอธิบายกรณีการปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยอีกครั้ง แต่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาโจมตีผมโดยตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา โดยเจตนาหวังผลทางการเมืองให้ผมเป็นผู้ผิด ทั้งโดยข้อเท็จจริง การตรวจสอบ ไต่สวนทุกกระบวนการ ผมไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดหรือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด

“ผมขอเรียนชี้แจงขั้นตอนการตรวจสอบตัวผม ไม่รู้กี่ด่านต่อกี่ด่าน ทั้งในแง่ตัวบุคคลที่ตรวจสอบ ทั้งในแง่หน่วยงานองค์กรอิสระต่างๆ ผมผ่านทุกด่านครับ เพราะไม่ได้กระทำผิดตั้งแต่ต้น เมื่อคนมันไม่ผิดจะหาช่องหาทางอย่างไรมันก็ไม่ผิดหรอกครับ

นายอุตตม ระบุอีกว่า การปล่อยสินเชื่อธนาคารกรุงไทยให้กลุ่มบริษัทในเครือกฤษดามหานคร แรกเริ่มในการประชุมบอร์ดบริหารปล่อยสินเชื่อบริษัทนี้ ตนได้ท้วงติงในบอร์ดบริหารว่าสินเชื่อนี้ไม่สามารถอนุมัติให้ได้ หลังจากนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยฝ่ายตรวจสอบ เข้าตรวจสอบรายงานการประชุม การพิจารณาอนุมัติ ไม่พบว่าตนมีส่วนร่วมปล่อยสินเชื่อนี้ จึงไม่กล่าวโทษ ขณะเดียวกัน ธปท.กล่าวโทษผู้มีส่วนร่วมปล่อยสินเชื่อนี้ ทั้งนักการเมือง เอกชนและผู้บริหารธนาคารต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปี 2549

นายอุตตม ระบุต่อว่า หลังจากคดีถูกโอนให้ คณะกรรรมการตรวจสอบการกระทำที่ให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ไต่สวนข้อเท็จจริง รวบรวมพยาน หลักฐาน ซึ่งคตส.ไม่ชี้มูลว่าตนมีความผิด หลังจากเรียกตนไปให้การหลายครั้งเกี่ยวกับสินเชื่อก้อนนี้ จึงมีมติตีตกข้อกล่าวหา โดยพิจารณาแล้วเห็นตนไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำความผิด จึงไม่ได้ส่งไปอัยการให้ฟ้อง ต่อมา ทางคตส.ส่งป.ป.ช. ยื่นให้อัยการฟ้องคดีกรุงไทยต่อศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งทั้งป.ป.ช.และอัยการเห็นพ้องกับคตส.ไม่ยื่นฟ้องตนในคดีนี้ เพราะจากการสอบสวนทั้งหมดมีหลักฐานชี้ว่า ตนไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย สุดท้ายจึงไม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ร่วมรับผิดแต่อย่างใด

“กระบวนการทั้งหมด จึงยืนยันได้ว่า ผมไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิด โดยผ่านการตรวจสอบทุกขั้นตอน อันที่จริง เพื่อนๆ สมาชิกพรรคฝ่ายค้านและผู้ที่สนใจเรื่องนี้ กรุณาอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง และถ้าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ก็ช่วยตามหาจำเลยในคดีนี้ที่ยังหลบหนีคดี มาสู่กระบวนศาลสถิตย์ยุติธรรมจะดีกว่า”