มือมืดบึ้ม5จุดป่วนกรุง! นายกฯ ยันยังไม่ใช้ กม.พิเศษ

22

เกิดเหตุระเบิดป่วนเมือง 5 จุดในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย นายกฯ ขอประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา ยันยังไม่ใช้กฎหมายพิเศษ

เกิดเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ใกล้เคียง ในช่วงเช้าตรู่วันที่ 2 สิงหาคม รวม 5 จุด  ดังนี้ จุดที่ 1.เมื่อเวลา 08.36 น. มีเหตุระเบิดใต้บีทีเอส ช่องนนทรี 2 ครั้ง จุดระเบิดอยู่ในพุ่มไม้ใต้สถานีรถไฟฟ้า มีเศษดินกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งปิดพื้นที่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จุดที่ 2.เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.50 น. ภายในซอยพระราม 9 57/1 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน เป็นเจ้าหน้าที่ กทม. เขตสวนหลวง ที่กำลังทำความสะอาดกวาดเศษใบไม้ภายในซอย โดยระเบิดมีลักษณะคล้ายระเบิดปิงปอง

จุดที่ 3. เกิดระเบิดขึ้นเมื่อเวลา 09.00 น. ที่หน้าคิงส์เพาเวอร์ ตึกมหานคร (จุดเดียวกับช่องนนทรี) มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของตึกมหานคร จุดที่ 4.เวลา 09.00 น. มีเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้น 3 ครั้ง บริเวณพุ่มไม้ด้านหน้าอาคารศูนย์ราชการ โดยครั้งแรกได้ยินเสียงเกิดขึ้น 2 ครั้ง และตามมาอีก 1 ครั้ง พบเป็นระเบิดแสวงเครื่อง และจุดที่ 5 เวลา 10.50 น. เกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดป้ายหน้าสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถ.ศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แรงระเบิดทำให้พงหญ้าราบเป็นหน้ากลอง และเป็นหลุมลึก 1 เมตร

โดยก่อนหน้านี้ ได้เกิดเหตุการณ์ คนร้ายลอบโยนวัตถุต้องสังสัยคล้ายระเบิดเข้าบริเวณใต้ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ริมถนนพระราม 1 เมื่อช่วงเย็น วันที่ 1 สิงหาคม

ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุดังกล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปดูแลผู้บาดเจ็บแล้ว และฝากคนทุกคนช่วยคิด ว่าจะแก้ปัญหาความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารทำอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องแก้ปัญหาแบบองค์รวม ประชาชนต้องมีส่วนร่วม โดยเฉพาะผ่านช่องทางโซเซียลมีเดียและโทรศัพท์มือถือ เพื่อส่งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ โดยเหตุที่เกิดขึ้นมีกล้อง CCTV จับภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้ จึงอยากได้ภาพเหล่านี้จากประชาชนด้วย หากเห็นสิ่งที่ไม่ปกติ และไม่น่าไว้วางใจ ขอให้ถ่ายรูปและนำหลักฐานส่งให้เจ้าหน้าที่

“อยากให้ทุกคนคิดว่า ทำไม 5 ปีที่ผ่านมา เรื่องเหล่านี้ลดน้อยไปและแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย และทำไมจึงเกิดขึ้นในช่วงนี้ ต้องมองสถานการณ์ในวันนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนี้มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่มีหลายประเทศด้วยกัน แล้วทำไมเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เคยมีตัวอย่างมาแล้วหรือเปล่า จึงต้องไปสอบและทบทวนว่าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ในอดีตที่ผ่านมาก็มีหลายอย่างเชื่อมโยงกับกลุ่มเก่าๆ อยู่ แต่ก็ไม่ได้ตัดประเด็นใดเลย และพวกเราต้องช่วยกัน ทำให้ประเทศเราปลอดภัยกว่านี้ ตราบใดก็ตามที่ยังมีคนไม่ดีอยู่ เหตุการณ์ก็พร้อมจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เหมือนต่างประเทศที่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นตลอด ดังนั้นอยู่ที่เราจะเข้มแข็งพอหรือไม่ โดยเฉพาะประชาชน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้กฏหมายพิเศษ เพราะมีกฏหมายปกติอยู่แล้ว รวมถึงใช้กระบวนการสืบสวนสอบสวนปกติ ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการคุมเข้มและเพิ่มมาตราการในสถานที่ราชการ และสถานที่เชิงสัญลักษณ์ รวมถึงสถานที่ที่มีการประชุมและสถานฑูต