ค่ำคืนแห่งศักดิ์ศรีและบทพิสูจน์ฝีมือกุนซือยุค90′ “ปีศาจ​แดง” ปะทะ​ “สิงห์สำอาง”

30

เปิดสนามอย่างสุดมันส์เร้าระทึกกับศึก​ฟุตบอล​พรีเมียร์​ลีก​ประจำฤดูกาล​2019-2020​ พร้อมกับชัยชนะของเหล่าบรรดาทีมเต็ง​แชมป์ไม่ว่าจะเป็น​ ลิเวอร์พูล​ แมนเชสเตอร์​ ซิตี้​ และ สเปอร์ส​ ซึ่งล้วนแล้วแต่ไล่ถล่มคู่แข่งแบบโชว์ชั้นคลาส​ที่เหนือกว่า และในแมตท์เปิดฤดูกาลนี้แฟนบอลยังได้สัมผัสกับกฎกติกา​ใหม่ๆรวมทั้งเทคโนโลยี​ VAR​ ที่ได้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกบนเกาะอังกฤษ

ที่สำคัญคือแม้อังกฤษ​จะเป็นประเทศ​ใหญ่ประเทศ​ใหม่ที่เพิ่งนำเทคโนโลยี​นี้มาใช้​ทีหลังเขา แต่พรีเมียร์​ลีก​กลับทำได้ดีชนิดเนียนกว่าประเทศที่ใช้เทคโนโลยี​ VAR​ มาก่อนหน้า

สำหรับสัปดาห์​นี้​ ไฮไลท์สำคัญของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/2020 คือเกมบิ๊กแมตช์ที่ “ปีศาจ​แดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ดวลเดือดกับ​ “สิงห์สําอาง” เชลซี ในวันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคมนี้​ เวลา​ 22.30 น.

ก่อนเปิดฤดูกาลมีเรื่องให้ยุ่งเหยิง​นิดหน่อยสำหรับ”ปีศาจ​แดง” ​ที่ได้ขายศูนย์หน้าอย่าง​ โรเมลู ลูกากู​ ออกไปจากทีม​ แต่ทีมกลับไม่ได้เสริมศูนย์หน้าเข้ามาแทนที่จนเกิดความไม่พอใจของเหล่าบรรดาแฟนๆ​และแคมเปญ​ไล่​ เอ็ด วูด เวิร์ด ซีอีโอ ของทีมก็กลับมาอีกครั้ง​

วันนี้​ สาวก “เร้ด อาร์มี่” ตั้งหน้าตารอที่จะได้เห็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังคนใหม่ในยูนิฟอร์ม “ปีศาจแดง” ซึ่งกุนซืออย่างโอเล่ กุนนาร์ โซลชา พร้อมที่จะส่งเจ้าของสถิติ​กองหลังค่าตัวแพงที่สุดลงสนามประเดิมนัดนี้​ รวมไปถึงดาวเตะอย่างแอรอน วาน-บิสซากาแบ็กขวา​ป้ายแดงก็พร้อมลงสนามเป็นตัวจริงเช่นกัน​ ส่วนในรายของขุมกำลังหลักอื่นๆฟิตพร้อม100%พร้อมลงสนาม​

ด้าน”สิงห์บลูส์” ยุคใหม่ภายใต้การนำทัพของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมผู้เป็นตำนานของสโมสร โดยทีมของเขาต้องพบกับปัญหาหลักไม่สามารถ​เสริมตัวผู้เล่น​ได้หลังจากติดโทษแบนจากการทำผิดกฎ และยังเสียสตาร์​หมายเลขหนึ่งของทีมอย่าง​เอเดน อาซาร์ไปให้กับเรอัล​ มาดริด​ และ​ เสีย​ดาวิด ลุยซ์ ไปให้อาร์เซน่อล​ ยังดีที่ก่อนหน้าจะถูกแบนจากตลาดซื้อขายยังได้คว้าตัวคริสเตียน พูลิซิช​ มาจาก ดอร์ทมุนด์

เชลซี​มีปัญหา​หาเหลือเกินสำหรับฤดูกาลนี้โดย​ แฟร้งค์​ แล​มพาร์ด​ คงต้องเข้ามากระตุ้นลูกทีมอย่างหนักและต้องทำให้ทีมรวมใจเป็นหนึ่งให้ได้​ เพราะถึงแม้จะเสียผู้เล่น​ดีๆไปแต่ที่มีอยู่ก็ไม่ใช่นักเตะโนเนมทั้งยังเป็นพวกระดับโลก​ ไม่ว่าจะเป็น​ เอ็นโกโล ก็องเต้ เปโดร​ วิลเลี่ยน​ จอร์จินโญ่ หรือแข้งใหม่อย่าง​ คริสเตียน​ พูลิซิช ที่วันนี้พร้อมลงสนาม​ ซึ่งถ้าแลมพาร์ด​ปรับจูนลงตัววันนี้มีลุ้นถึง3คะเเนน

สรุปสถานการณ์

ฤดูกาล​นี้จะเป็นบทพิสูจน์​ของทั้งสองกุนซือ​ที่จะมาพบกันในวันนี้ ซึ่งผลการแข่งขันอาจจะเป็นตัวบ่งชี้ทิศทาง​ของฤดูกาลทั้งหมดได้​ เรียกได้ว่านัดนี้เป็นศึกแย่งท็อปโฟร์อย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อดูจากสภาพทั้งสองทีมที่ดูอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวทั้งคู่เพื่อให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง​ แต่ในฐานะเจ้าบ้านเสียงเชียร์กว่า​ 70,000 คนจะทำให้เเมนเชสเตอร์​ยู​ไนเต็ด​ได้เปรียบและมีโอกาสที่จะคว้าชัยเหนือเชลซีที่ไร้สตาร์​เบอร์หนึ่งของทีมมากกว่าเล็กน้อย​

แมนเชสเตอร์​ ยู​ไนเต็ด​ 1-1 เชลซี​