“สรรเสริญ” โต้ “กอร์ปศักดิ์” ปมปัญหาผลไม้ ยันทำแล้วมากกว่าที่เสนอ

36

“สรรเสริญ” ออกโรงโต้ “กอร์ปศักดิ์” แจงยิบ 6 มาตรการแก้ปัญหาผลไม้ ยันทำไปมากกว่าที่เสนอ ตอกของจริงต้องลงมือทำ มั่นใจ “จุรินทร์” จัดการปัญหาราคาผลไม้ได้แน่

ดร.สรรเสริญ สมะลาภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ชี้แจงกรณีที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ โพสต์เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 9 สค. 2562 เสนอแนะเชิงตำหนิกระทรวงพาณิชย์ถึงมาตรการทางการตลาดของผลไม้ โดยเสนอให้ไปรษณีย์ไทยส่งผลไม้ไปสำนักงานสาขาทั่วประเทศเพื่อวางจำหน่ายหน้าสำนักงาน อีกทั้งยังระบุว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่ควรรอให้ถึงฤดูผลผลิตออกแล้วค่อยคิดแก้ ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งบริหารจัดการเรื่องผลไม้ไปนานแล้ว และได้เป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างภาครัฐและเอกชน 44 หน่วยงาน ตั้งแต่วันที่ 31 กค. 2562 ก่อนที่นายกอร์ปศักดิ์แสดงความเห็นหลายวัน

ดร.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า มาตรการนั้นครอบคลุมสิ่งที่เสนออยู่แล้ว และไปไกลกว่านั้นมาก คือ 1. พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ได้ส่งกล่องขนาดต่างๆ ให้กับเกษตรกรเพื่อบรรจุผลไม้ไว้จำหน่าย และสนับสนุนค่าขนส่งตั้งแต่แหล่งผลิตและจุดรวบรวม ไปยังจุดจำหน่าย

2. จัดหาช่องทางจำหน่ายให้กับเกษตรกรได้แก่ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ร้านธงฟ้าประชารัฐ ตลาดต้องชม สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมโรงแรมไทย สถานบริการน้ำมันเช่น ปตท. ที่รับซื้อผลไม้เพื่อนำไปวางจำหน่ายใน 1,800 สาขา บางจาก และพีที ที่รับซื้อผลไม้จากกลุ่มสหกรณ์เพื่อไปวางจำหน่ายในกว่า 1,750 สาขา เป็นต้น

3. ช่วยเหลือด้านน้ำหนักสำหรับผู้โดยสารเครื่องบินที่ต้องการขนผลไม้ โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม โดยสายการบินไทยสไมล์ นกแอร์ แอร์เอเชีย และบางกอกแอร์เวย์ ขณะที่ท่าอากาศยาน 28 แห่งทั่วประเทศจะสนับสนุนกล่องที่จะบรรจุผลไม้

4. ผลักดันการส่งออก โดยให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการล้งไทยที่ต้องการส่งผลไม้ไปต่างประเทศ ถ้ากู้เงินจากสถาบันการเงิน จะช่วยเหลือด้านภาระดอกเบี้ยอัตรา 3%

5. จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจเพื่อจำหน่ายผลไม้ โดยมีเป้าหมายขยายตลาดใหม่ไปอินเดียและตะวันออกกลาง ภายหลังที่ประสบความสำเร็จจากการซื้อขายร่วมกับจีน

6. เร่งการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะทุเรียนเพื่อป้องกันกลิ่นให้สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ และเพื่อถนอมอาหาร ลดความสูญเสีย ซึ่งถือเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการผลไม้ อีกทั้งจัดทำมาตรฐานการจัดการของศูนย์คัดแยกคุณภาพ (Agricultural Grading Quality Center : AGQC) อาทิเช่น มาตรฐานคุณภาพ การคัดแยกคุณภาพ การบรรจุภัณฑ์ และการตรวจสอบสารพิษตกค้าง เป็นต้น โดยมีระบบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและผู้ค้าที่เข้ามาใช้บริการ เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับแหล่งผลิตคุณภาพและศึกษาช่องทางการตลาด พฤติกรรมการบริโภค และจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในต่างประเทศ

“นอกจาก MOU 6 ข้อแล้ว ยังได้ส่งเสริมการขายมังคุดภาคใต้ผ่านตลาด Online ซึ่งบริษัทไปรษณีย์ไทยจะเป็นผู้จัดส่งแบบ Door to Door โดยไม่คิดค่าบริการจัดส่ง ส่วนในด้านการส่งเสริมการบริโภค ได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน วางแผนให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์การบริโภคผลไม้ภาคใต้ และกิจกรรมรณรงค์บริโภคสินค้า ณ หัวเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว 4 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา รวมถึงการนำผลไม้ไทยไปโรดโชว์ยังต่างประเทศ”

ดร.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อบริหารด้านการตลาดให้แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้ ที่จะออกผลผลิตในช่วงปลายปี 2562 นี้ เพื่อกระจายผลผลิต 20,000 ตันจากแหล่งผลิตไปจำหน่ายช่องทางต่าง ๆ มั่นใจว่าจะสามารถจัดการและดูแลราคาผลไม้ให้มีเสถียรภาพขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นได้แน่นอน