ฝ่ายค้าน จัดหนัก “บิ๊กตู่” จ่อยื่นซักฟอกปมถวายสัตย์

32

7 พรรคฝ่ายค้าน ไม่จบปมถวายสัตย์ เตรียมยื่น “ชวน” ขอซักฟอก “บิ๊กตู่” 16 ส.ค.นี้ โดยไม่ลงมติ มั่นใจเข้าเงื่อนไข ม.152 เหตุเป็นต้นทางการบริหารงานแผ่นดิน

ที่รัฐสภา แกนนำ 7 พรรคฝ่ายค้าน นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และ นายสุทิน คลังแสง วิปฝ่ายค้าน ร่วมแถลงถึงการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ขอเปิดอภิปรายโดยไม่ลงมติ กรณีการถวายสัตย์ปฏิญาณของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม โดยเห็นว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อันเป็นเรื่องที่เป็นแบบแผนและขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ เป็นการกระทำต่อหน้าองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ใช้อำนาจแทนปวงชนชาวไทย ผ่านทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ อาจเข้าใจเอาเองว่าเรื่องการถวายสัตย์ฯ ที่ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 นั้น มีผู้ไปร้องและเรื่องเข้าสู่กระบวนการของผู้ตรวจการแผ่นดินไปแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมาชี้แจงสภา ซึ่งเข้าใจผิดอย่างมาก สะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังขาดความรู้ความเข้าใจในระบบรัฐสภาที่มาจากประชาชน เพราะการตั้งกระทู้ถามคือ คำถามที่ส.ส.ถามต่อนายกฯ หรือรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตอบในประเด็นการบริหารงานของรัฐบาล หรือเรื่องสำคัญใดๆ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือกระทบประโยชน์ของประเทศ ประชาชน หรือเป็นเรื่องเร่งด่วน ดังนั้น การตั้งกระทู้ถามนายกฯ ในครั้งนี้ เนื่องจากนายกฯ กระทำการบกพร่อง ผิดพลาดและอาจผิดกฎหมาย ส่งผลให้การดำรงอยู่ของครม.สุ่มเสี่ยงเป็นโมฆะ จึงเป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องรีบมาชี้แจงต่อสภาอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยแบบนี้

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวยืนยันว่า ฝ่ายค้านไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะใช้เรื่องถวายสัตย์ฯไม่ครบถ้วน มาเป็นเครื่องมือโจมตีนายกฯ และรัฐบาลตามที่นายกฯกล่าวหา แต่เรื่องนี้เป็นหน้าที่ฝ่ายค้านต้องตรวจสอบ หากไม่ดำเนินการฝ่ายค้านก็ต้องถูกดำเนินการในข้อหาละเว้นเช่นกัน ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจอำนาจหน้าที่ของตนเอง และให้เกียรติการทำงานของแต่ละฝ่าย จากนี้หวังว่าฝ่ายค้านจะไม่ได้ยินนายกฯ ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสภาเช่นนี้อีก หากยังอ้างว่าเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบในช่องทางอื่นๆ ไปแล้ว และไม่ข้าสู่การตรวจสอบของสภา ฝ่ายค้านจำเป็นต้องใช้อำนาจสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ซักถามข้อเท็จจริงจากนายกฯ และจะไม่มีแค่ประเด็นกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญเรื่องถวายสัตย์ฯเท่านั้น แต่จะมีประเด็นบกพร่อง ผิดพลาดและอาจผิดกฎหมายอื่นๆ อีกด้วย

นายจิรายุ กล่าวว่า กรณีนายกฯ เป็นเรื่องบุคคล เข้าข่ายมาตรา 231 (2) ที่ว่ากฎคำสั่งหรือการกระทำอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง และให้ศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ เรื่องอาจใช้เวลานานพอสมควร ดังนั้น จะพิจารณาอะไรไม่ได้เลย ไม่ว่ากฎหมายหรือพ.ร.บ.งบประมาณฯ เราจึงคิดว่าควรใช้มาตรา 152 เพื่อช่วยหาทางออกให้รัฐบาลและนายกฯ

นายสุทิน กล่าวว่า วันที่ 16 ส.ค. พรรคฝ่ายค้านจะยื่นญัตติต่อประธานสภาในเวลา 08.30 น. ที่รัฐสภา หวังว่าประธานสภาจะบรรจุญัตติดังกล่าวโดยเร็ว ถ้าเป็นไปได้ควรบรรจุญัตตินี้ต่อจากการพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภา เพื่อให้มีการอภิปรายก่อนพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2563 จะเข้าที่ประชุมสภา

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภา กล่าวถึงการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญว่า เพื่อประโยชน์แห่งข้อเท็จจริง ฝ่ายรัฐบาลก็ได้ประโยชน์เพราะจะได้ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจชัดเจน ตนเห็นว่าประเด็นการถวายสัตย์ฯ ของนายกฯ เป็นเรื่องสำคัญ ไม่แตกต่างจากความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องอื่นๆ หากข้อกังขาในการทำผิดรัฐธรรมนูญยังอยู่ ประชาชนยังไม่ได้รับความกระจ่างก็ถือว่าเป็นความเดือดร้อนเหมือนกัน หากผิดรัฐธรรมนูญจริง สิ่งต่างๆที่รัฐบาลดำเนินการไปก็จะยุ่งยากวุ่นวาย ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

เมื่อถามว่านายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุเรื่องการถวายสัตย์ฯ น่าจะจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายสมพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ เพราะนายวิษณุ พูดอยู่เรื่อยๆ หลายครั้งก็ขัดกันเองบ้าง ซึ่งนายวิษณุ คงต้องไปปรับเหมือนกัน