“แกงใต้ออลซีซั่น” เพราะอาหารปักษ์ใต้อร่อยได้ทุกฤดูกาล

67

ขับรถวนหลงทางย่านลาดกระบัง พลางมองดูนกยักษ์บินวนขึ้นลงจอด สนามบินสุวรรณภูมิ GPS เจ้ากรรมนำพาหลงวนไปมา หลงมาหลงไป แล้วท้องมันก็ร้องจ๊อกๆ หิวข้าวขึ้นมา เมื่อกระเพาะร้องขออาหารแล้วอยากทานอาหารอะไรที่ง่ายๆแต่มีสไตล์ มองหาร้านข้าวแกงอร่อยๆไปเรื่อย สะดุดตาเหลือบไปเห็นร้านนี้เลยครับ “แกงใต้ออลซีซั่น” พิกัด ลาดกระบัง 38 เขตลาดกระบัง กทม.


เดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศร้านโล่งโปรงสบายมีต้นไม้เพิ่มความสดชื่นโดยรอบร้าน มองไปเห็นกับข้าวนานาชนิดขนมของหวานอาหารพิเศษมากมายจริงๆแล้วต้องร้องว้าววววว
เลยถือโอกาสเข้าไปทานและขอสัมภาษณ์พิเศษพี่เจ้าของร้านซะเลย และวันนี้ SBN ขอหยิบยกบางส่วนของอาหารในร้านมารีวิวยั่วๆท่านผู้อ่านครับ
“SBN” คุยกับ “พี่บิ๊ก” เจ้าของร้านผู้บริหารใจดีที่หน้าเปื้อนยิ้มพร้อมต้อนรับนักรับประทานอาหารทุกเพศทุกวัย จัดจ้านในย่านนี้ เป็นนิยามของร้านอาหารปักษ์ใต้แสนอร่อยแห่งนี้ที่ชื่อ”แกงใต้ออลซีซั่น” ที่คนมาลิ้มรสร้องอุทานเป็นภาษาใต้ว่า “หรอยจังฮู้” มีเมนูระดับตำนานที่ต้องทานก่อนตายอยู่หลายชนิด
ร้านตั้งอยู่ปากซอยลาดกระบัง 38 มองเห็นได้เด่นชัด จุดกำเนิดของร้านนั้นเริ่มจากการ ผสมผสานความเป็นใต้หลากหลายวัฒนธรรม สู่รสชาติอาหารดินแดนทักษิณในรูปแบบที่หลากหลายไม่ใช่แค่แบบใต้ๆทั่วไป


“พี่บิ๊ก” เล่าถึงประสบการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำร้านอาหารนั้น เกิดจากการมาทานข้าวที่กทม.แล้วถูกคิดค่าน้ำซึ่งต่างจากต่างจังหวัดที่ตนอยู่ที่จะมีน้ำเปล่าบริการฟรี จึงตั้งปณิธานว่าถ้าตนได้มีโอกาสเปิดร้านอาหารจะช่วยลูกค้าโดยการให้บริการน้ำดื่มฟรีเพื่อเป็นการช่วยเหลือและประหยัดค่าใช้จ่ายของประชาชนผู้มาใช้บริการ และตอนนั้นเองก็มีไอเดียที่อยากหาโอกาสที่ดีในชีวิตด้วย จึงลงมือเปิดร้าน”แกงใต้ออลซีซั่น” ขึ้นมา
โดยพื้นฐานที่บ้านนั้นเป็นครอบครัวที่ชอบทำอาหารอยู่แล้ว ประกอบกับได้สูตรจากคุณย่าทวดซึ่งเป็นต้นเครื่องวังสงขลา และ คุณแม่จบวิทยาลัยครูสวนดุสิต ซึ่งคุณแม่ท่านเป็นคนชอบทานอาหารเป็นทุนเดิม จึงตั้งเป้าเปิดขายที่ลาดกระบัง ขายไปขายมาได้ขยายสาขาไปตามห้างกว่า10สาขา


จุดขายคอนเซ็ปต์อย่างหนึ่งของร้านคือ เป็นอาหารสูตร”ไม่ใส่ผงชูรส” เพราะอยากให้ผู้คนได้รับรสชาติอาหารที่อร่อยปลอดภัย โดยมีรสชาติที่มีความผสมผสานแดนใต้หลากหลายพื้นเพจากสูตรและยอดฝีมือปรุงอาหารเช่น คุณพ่อที่เป็นคนนราธิวาส คุณแม่ที่เป็นคนนครศรีธรรมราช ย่าทวดต้นเครื่องวังสงขลา
ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ “พี่บิ๊ก” บอกกับเราว่า เป็นคนทำอาหารไม่เป็น แต่มาทำร้านอาหาร เหตุเพราะเป็นคนเชียวชาญด้านการตลาด อาจจะทำอาหารไม่เป็นแต่มั่นใจในความรู้เรื่องการตลาดที่ตัวเองมี ตั้งเป้าทำอย่างไรให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ทุกกลุ่มโดยการตั้งราคาที่ไม่แพงเกินไปแต่ต้องใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพและร้านได้กำไรบ้าง

จุดเด่นของอาหารที่นี่ คือเป็นสูตรเก่าแก่ 100 ปี ไม่มีผงชูรส สูตรสามประสาน นราธิวาส นครศรีธรรมราช และสงขลา รสชาติไม่ใต้จ๋าขนาดว่าจี๊ดจ๊าดเผ็ดร้อนทะลุหลังคา เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แต่ถึงจะไม่เผ็ดจัดจ้าน ก็คงไว้ซึ่งความเป็นอาหารใต้ขนานแท้ผสมผสานความใต้หลากวัฒนธรรม ถูกปากและทานง่าย ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนที่ไม่ชอบทานเผ็ด ที่นี่จะเป็นเผ็ดที่พอดี
ขณะที่ในบางเมนูเราก็ยังคงความร้อนแรงไว้เช่นกัน และขอแอบกระซิบว่า ที่นี่คนดังๆเข้ามาลิ้มชิมรสชาติอาหารเพียบทั้งCEO บริษัทใหญ่ๆที่พาลูกน้องมาทานกันเป็นประจำการันตีคุณภาพคับแก้ว


“แกงใต้ออลซีซั่น” ที่ใช้ชื่อนี้ เพราะตั้งเป้าในอนาคตจะขยายไปต่างประเทศ และในประเทศก็มีแผนขยายแฟรนไชส์ในอนาคตด้วย อยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้คนมีรายได้ เพราะเชื่อมั่นว่า ถ้าเราเองทำแล้วเกิดได้สำเร็จได้ คนอื่นก็ต้องทำได้ และหลังจากคุยกันมาสักพัก กับข้าวก็พร้อมเสิร์ฟแล้วครับ “SBN” ขอหยิบยกอาหารบางตัวมารีวิวยั่วๆท่านผู้อ่านครับ
เริ่มต้นที่เมนู ”

บะกุ๊ดเต๋”

เมนูนี้สะดุดจมูก ด้วยกลิ่นหอมโชยละมุนละไมชวนน้ำลายไหลของน้ำซุปที่ผ่านกรรมวิธีพิถีพิถันพร้อมซี่โครงหมูอ่อนตุ๋นในน้ำซุปสมุนไพรและเครื่องเทศหลากชนิดตามสูตรของร้านเป็นเวลาข้ามคืนข้ามวัน มีกลิ่นเห็ดต่างๆผสมผสาน เช่น เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม เห็ดแชมปิญอง เป็นต้น ต้องบอกบะกุ๊ดเต๋ ที่นี่มีรสหวานจากน้ำต้มกระดูกและเครื่องปรุงกำลังพอดีตัดกับซีอิ๊วที่เพิ่มรสชาติเข้มข้นของน้ำซุป ตักซดพร้อมข้าวสวยร้อนๆและเคี้ยวกระดูกอ่อนหมูที่เปื่อยละลายในปากนี่มันสวรรค์ชัดๆ


“คั่วกลิ้ง”
เมนูที่ขาดไม่ได้จริงๆสำหรับร้านอาหารใต้ แต่ที่ไหนจะอร่อยหรือไม่นั้นมันอยู่ที่ความพิถีพิถันของการหาวัตถุดิบ โดยเฉพาะเครื่องแกงที่ดี และที่ร้านแห่งนี้ใช้เครื่องแกงสูตรลับเฉพาะฉบับโบร่ำโบราณของทางร้านที่ให้กลิ่น สีสัน และ รสชาติที่ออกมาร้อนแรงสมศักดิ์ศรีอาหารใต้ ผนวกกับการผัดโดยฝีมือของเชฟที่ทำออกมาได้แห้ง หอมเครื่อง ตามแบบฉบับ บอกเลย ถึงทานไปเหงื่อไหลเป็นสายน้ำก็ไม่อาจหยุดยั้งมือที่ตัก ปากที่เคี้ยวได้

“ไก่กอและ”
อาหารจานนี้เป็นอาหารขึ้นชื่อยอดนิยมของชาวใต้และโดยเฉพาะพี่น้องชาวมุสลิม 3 จังหวัดชายแดน “ไก่กอและ” หรือ เนื้อไก่ที่นำไปย่างบนเตาไฟ โดยมีน้ำพริกแกงราดลงบนเนื้อเพื่อเพิ่มความอร่อย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเมนูไก่ย่างที่ทำได้ง่ายทั่วไป แต่ในความเป็นจริงต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการปรุ่ง ส่วนผสมหลัก คือ พริกแห้ง กระเทียม หอมแดง ขิง ลูกผักชี น้ำกะทิ น้ำตาลแว่น เกลือป่น น้ำมะขามเปียก นำไปโขลกรวมกันให้ละเอียดตามสูตรของร้าน เพราะความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่น้ำแกงที่ใช้ราดบนเนื้อไก่เป็นหลัก ซึ่งสูตรของทางร้านให้รสชาติที่อร่อยไม่แพ้ที่ใด แม้จะไม่ได้รสชาติร้อนแรงดั่งทาง 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกเพี้ยนไป แต่สูตรที่ร้าน กลับทำให้ถูกปากคนทุกเพศทุกวัย คนไม่ทานเผ็ดถูกใจสิ่งนี้


“กุ้งผัดกะปิสะตอ”
เจ้าของร้านเองอาจจะบอกว่าที่นี่ไม่มีซิกเนเจอร์เพราะอร่อยทุกเมนู แต่ทีมงาน SBN ของยกเมนูนี้เป็น ซิกเนเจอร์ของทางร้าน เพราะรสชาติที่ร้อนแรงโดดเด่น กลิ่นสตอร์ที่หอมฟุ้งแข่งกับกลิ่นกะปิ กุ้งที่ใช้มาในไซด์กำลังสวย ถือเป็นเมนูที่ไม่สามารถวางช้อนได้ การได้ทานกุ้งผัดกะปิสะตอกับข้าวสวยๆร้อนๆไม่มีอะไรจะฟินไปกว่านี้อีกแล้ว
“แกงส้มปลากะพงแบบปักษ์ใต้”
มีความนัวของกะปิและพริกแกงส้มใต้ที่ตำเองนัวเอง แกงส้มของที่นี่อยู่ในน้ำที่ค่อนข้างใส รสไม่หนักจนเกินไปตามคอนเซ็ปร้าน คือ เป็นอาหารใต้ที่ไม่เผ็ดจัด ทานได้ทั้งครอบครัว ลูกเล็กเด็กเล็กแดงสตรีคนชราทานได้อร่อย เมนูนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเด่นของทางร้านอาหาร ซึ่งมีลูกค้าคอแกงส้ม ติดใจแวะเวียนกลับมาทานที่ร้านแกงใต้ออลซีซั่น อยู่เสมอ


“ปลาแดงทอดขมิ้น”
รสชาติจากท้องทะเล ผสานความลงตัวจากสมุนไพรไทย สู่รสชาติกลมกล่อมอันเป็นเอกลักษณ์ นำปลาแดงตัวใหญ่เต็มอัตรา มาทอดกับขมิ้นและกระเทียม ทอดไฟกลางจนเหลืองกรอบได้ที่ โรยหน้าด้วยกระเทียมทอดกรอบโรยผักชีโรยหน้าทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดฟินครับ


” แกงเขียวหวานไก่แบบใต้”
แกงเขียวหวานแบบทั่วไปก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่นี่คือแกงเขียวหวานแบบใต้ตามสไตล์เฉพาะของร้านอีกเช่นเคย เช่นเดียวกับเมนูที่ต้องใช้เครื่องแกง คือ ที่ร้านตำเครื่องแกงใช้เองเมนูทุกเมนูเลยหอมยิ่งกว่าแห่งหนไหน ความเข้มข้นของรสชาติเครื่องแกงเขียวหวานเจนจัดชัดเจน รสชาติแบบที่ไม่สามารถหาทานได้ตามตลาดนัด แนะนำว่าต้องมาทานที่นี่ที่เดียวเท่านั้นสำหรับเมนูนี้

“แกงไตปลา”
เป็นอีกเมนูอาหารใต้ที่ต้องอยู่ในหัวเสมอเวลาจะสั่งอาหาร เรียกว่าร้านไหนไม่มีแกงไตปลาเท่ากับร้านนั้นไม่ใช่ร้านอาหารใต้ของจริง “หรอยแรง” เป็นนิยามของรสชาติแกงไตปลาของที่นี่จากแรกรสสัมผัสอาหารปักษ์ใต้จานนี้ ตัวแกงมีสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ และรสชาติอันเผ็ดร้อนถึงใจ ตั้งแต่คำแรกที่ตักเข้าปาก รับรองว่าหยุดทานไม่ได้ ยิ่งทานเคียงกับผักสด ยิ่งเพิ่มความหรอยเป็นทวีคูณ


นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดไว้ปิดท้ายอีกหลายเมนูอย่าง ชาเย็น โอเลี้ยง ชาดำเย็น สูตรก๋ง ภายใต้แบรนด์ ชาก๋ง


“ข้าวเหนียวทุเรียน”และ “สาคูน้ำกะทิ” ควรสั่งมาทานตบท้ายอาหารคาว กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่นะขอบอก


ร้าน“แกงใต้ออลซีซั่น”ตั้งอยู่ปากทางซอยลาดกระบัง 38 กรุงเทพฯ
ความอร่อยที่แนะนำมาข้างต้น เจ้าของร้านย้ำว่า “ไม่ใส่ผงชูรส” ใครอยากพิสูจน์อาหารใต้รสชาติชาววังในอดีต และทานได้ทุกเพศวัย เชิญมาลองกันได้ ตั้งแต่เวลา 06.00-15.00 น. โทร. 02-326-6668 และ 065-556-1742 / LINE ID : @chakong / FB: chakongthaitea พร้อมทั้งทางร้านยินดีจะแบ่งปันสูตร แฟรนไชส์ข้าวแกงใต้ แฟรนไชส์ชาที่เป็นมรดกมากกว่า 70 ปี เพียงแค่บอกมาว่าจาก SBN จะได้ราคาพิเศษ