เปิด 4 แผนทีเด็ดรุกภาคเกษตร“เฉลิมชัย”ชูดิจิทัล 5G พลิกโฉมศก.ไทย!   

84

จับตาจุดเปลี่ยนพลิกโฉมภาคเกษตร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านเทคโนโลยี 5 G รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรุกสู่เกษตรแห่งอนาคต พลิกภาคเกษตรกรรมไทยในยุค 5.0 เริ่มทันทีรับปีใหม่63

ไม่ว่าเทคโนโลยีจะรุดหน้าไปสู่ 5 จี ไทยเราก็ยังมีเกษตรกรรมเป็นหลักและหัวใจของเศรษฐกิจประเทศอยู่ดี ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าปรับและพลิกโฉมการทำงานด้วยเทคโนโลยี รับมือดิจิทัล ดีสรัปชั่น เพื่อให้เกษตรกรและสินค้าเกษตรของไทย ผงาดสู่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ล่าสุดนายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เปิดเผยว่า รัฐมนตรีได้สั่งการเดินหน้าด้วยการปฏิรูปกระทรวงฯด้วยการสร้างรัฐบาลเทคโนโลยี( GovTech )ด้วยการนำบิ๊กดาต้า(Big Data)และปัญญาประดิษฐ์(AI)เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและบริการประชาชน จากนั้นได้เปิด 4 แผนงาน เพื่อพลิกภาคเกษตรกรรมไทยในยุครอยต่อของ 4.0 และ 5.0

แผนงานแรกคือ“เกษตรท่องเที่ยว” ซึ่งดังที่กล่าวแต่แรกว่า เกษตรคือหัวใจ แค่สินค้า“อาหาร”ก็ส่งออกเป็นมูลค่าถึงกว่า1ล้านล้านบาท มีรายได้เป็นอันดับที่ 12 ของโลก แล้วหากพูดถึงการท่องเที่ยว ก็มีเม็ดเงินกว่า 2 ล้านล้านบาท มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามามากถึง 38 ล้านคนต่อปี หากผนึกเกษตรและท่องเที่ยวให้ไปด้วยกัน ก็เท่ากับจะช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้กับเกษตรกรและการท่องเที่ยวไทยได้อย่างดี

อลงกรณ์ พลบุตร ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยนำร่องแผนงานนี้ จะเนรมิตฟาร์มต่างๆในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์หรือปลูกผลไม้ พืชผัก ไร่นา ที่นอกจากจะสร้างรายได้ใหม่ให้กับเกษตกรแล้ว ยังเป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืน ในรูปแบบหมู่บ้านรีสอร์ตที่เรียกว่า “ฟาร์ม วิลเลจ สเตย์”

นอกจากนี้แล้ว ยังมีหมู่บ้านชาวประมง ที่ในเมืองไทยมีอยู่ 24 จังหวัดติดทะเลที่จะนำมาทำเป็นหมู่บ้านรีสอร์ตที่เรียกว่า “ฟิชเชอร์แมน วิลเลจสเตย์”

ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบนี้ เพื่อให้เม็ดเงินตกกับเกษตรกรอย่างแท้จริง จะดำเนินการในรูปแบบ รีสอร์ตของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน  พร้อมผนึกกับธุรกิจเพื่อสังคมและเทคสตาร์ทอัพ ใช้ระบบออนไลน์ เทรเวลเอเยนซี (OTA-Online Travel Agencyผ่านแพลตฟอร์ม ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง

                     ซึ่งโปรเจคนี้ สิ้นปีนี้ น่าจะได้ยลโฉมหน้าอย่างแน่นอน!

แผนงานที่สองคือ “โลจิสติกส์เกษตร”ซึ่งต้องยอมรับว่าเกษตรกับโลจิสติกส์มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในยุคไทยแลนด์ 4.0 เพื่อปฏิรูปการบริหารจัดการโลจิสติกส์ตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำเพื่อลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภาคเกษตรซึ่งขณะนี้ได้ให้หน่วยงาน ตลอดจนองค์การมหาชนและรัฐวิสาหกิจ ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พัฒนาระบบเพื่อใช้ได้ทันทีในปีหน้า

แผนงานที่สามคือ “รัฐบาลเทคโนโลยี” (GovTech:Government Technology)โดยมีบิ๊กดาต้า(Big Data)และปัญญาประดิษฐ์(AI)เป็นระบบกลางเชื่อมโยงทุกหน่วยงานให้เชื่อมถึงกัน สะดวกทั้งในด้านข้อมูลและเพื่อเป็น วัน สต้อปเซอร์วิส อันเป็นอีกก้าวหนึ่งของกระทรวงเกษตรฯ

 

พร้อมกันนั้น แผนงานบริการที่จะต้องขับเคลื่อนได้ในปีหน้า นั่นก็คือการบริการที่รวดเร็วขึ้น ด้วยเทคโนโลยี่ที่ทันสมัย รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ เท่าทันโลกยุคดิจทัล ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ทุกหน่วยงาน เริ่งมือภายใต้นโยบาย Quick Win

      โดยทั้งหมดนี้คาดว่าจะต้องเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้านี้เป็นต้นไป

แผนงานที่สี่คือ การค้าอีคอมเมิร์ซ(E-commerce )โดยนำสินค้าเกษตรจากเกษตรกรทั่วประเทศมาเข้าสู่ระบบการค้าออนไลน์ ภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรงจัดเป็น 3 รูปแบบคือ Farm To Shelf,Farm To Home และ Farm To Table

ซึ่ง Farm To Shelf หมายถึงจากฟาร์มสู่จุดขายปลีก จะเป็นโมเดิร์นเทรด หรือร้านค้าทั่วไปก็ได้ ส่วน Farm To Home ก็คือส่งจากฟาร์มสู่ผู้บริโภคที่สั่งซื้อได้โดยตรง และ Farm To Table หมายถึงจากฟาร์มสู่โรงงานผู้ผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ

ทั้ง 3 รูปแบบนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะรวบรวม ประสานงาน ทั้งในส่วนเกษตรกรและกลุ่มเอกชนผู้จะมาร่วมกันให้บริการ ในรูปของแอพพลิเคชั่น ที่จะสอดประสานกันทั้งโลจิสติกส์ และบิ๊กดาต้า อันจะสามารถบริการเกษตรกร ผู้ประกอบการการเกษตร และพี่น้องประชาชนได้อย่างดี

กองบรรณาธิการ SBN