อปท.นิวส์ จับมือ IRCP พัฒนาระบบแอพลิเคชั่น Government platform

16

หนุนให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลท้องถิ่นได้ง่ายด้วยปลายนิ้ว นสพ.อปท.นิวส์ จับมือ IRCP สร้างฐานการรับรู้ผ่านเทคโนโลยี -โซเชียลมีเดีย

นายแดน เหตระกูล กรรมการบริหารบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริซ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ IRCP , ดร.กำพล มหานุกูล ประธานบริหาร บริษัท อปท.นิวส์ จำกัด ร่วมแถลงข่าว การร่วมทุน ระหว่าง IRCP และ อปท.นิวส์ โดยมีนายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรี เมืองร้อยเอ็ด ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีด้วย การร่วมทุนระหว่าง อปท.นิวส์ และ IRCP นั้น จะเป็นการนำเอาเทคโนโลยี และ ระบบฐานข้อมูล มาช่วยให้ อปท.นิวส์ เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงประชาชนได้มากขึ้น “ เป็นการพัฒนาเครื่องมือในรูปแบบ Government platform  ซึ่งจะเป็นเครื่องมือที่เชื่อมระบบภายใน การเดินเอกสารต่าง ๆ ฐานข้อมูลต่าง ๆ ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงผ่าน สมาร์ทโฟน , คอมพิวเตอร์ หรือ สมาร์ทคีย์ออส แล้วแต่ความสะดวกของผู้ใช้  ซึ่งใส้ในของเครื่องมือนี้จะผูกเข้ากับนโยบาย การเข้ามาร่วมมือกับ อปท.นิวส์ เนื่องจาก อปท.นิวส์เป็นสื่อที่มีการใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียในการนำเสนอข่าวสารสู่ อปท. และ ท้องถิ่นโดยตรงอยู่แล้ว ซึ่งฐานลูกค้าหรือผู้ใช้งานเป็นกลุ่มเดียวกัน  โดยระหว่างนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการนำเสนอกับทางหน่วยงานที่สนใจ

ด้าน ดร.กำพล มหานุกูล ประธานบริหาร อปท.นิวส์ กล่าวถึงที่มาของการร่วมทุนกับทาง IRCP ว่า ตนมองเห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยี และ โซเชียลมีเดีย ซึ่งปัจจุบัน คนท้องถิ่นหรือประชาชนทั่วไปก็ใช้สื่อโซเชี่ยลมีเดียอยู่แล้ว ทางภาครัฐก็มีนโยบายการขยายการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต เช่นนโยบายอินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ามีวิธีที่สามารถใช้เทคโนโลยีให้ผสมผสานกับการบริการจากรัฐส่วนกลางสู่ท้องถิ่นได้โดยตรง เช่น การจ้งเกิด แจ้งตาย การทำบัตรประชาชน การเข้าถึงข่าวสารของส่วนกลางสู่ท้องถิ่นโดยตรง จะเป็นเรื่องที่ดีมาก จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของ อปท.นิวส์ ในการร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง IRPC เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้

ขณะที่นายบรรจง โฆษิตจิรนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งให้เกียรติเป็นสักขีพยานในการแถลงข่าวการร่วมทุน ระหว่าง IRCP และ อปท.นิวส์ กล่าวว่า การร่วมจับมือกันระหว่าง อปท.นิวส์ และ IRCP ในวันนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งในการกระจายและสื่อสารให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบถึงศักยภาพของชาวท้องถิ่น สามารถเข้าถึงประเด็นในการทำงานเพื่อการบริการสาธารณะให้ประชาชนได้รับทราบได้อย่างทั่วถึง รวมถึงเป็นการยกระดับและเป็นโอกาสที่ดี ในการที่จะให้ชาวท้องถิ่นทั้ง 7,853 แห่งทั่วประเทศ เผยแพร่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม