ไทยเสี่ยงฟองสบู่แตก!! สภาเศรษฐกิจโลกประเมิน 5 ปัจจัยสะเทือนยันราก!!

152
น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สนค. (ภาพจากแฟ้ม)

ไซเรนเริ่มดัง! สนค.เร่งศึกษารายงานความเสี่ยงในการทำธุรกิจ พบ ไทยเจอปัจจัยกระทบ 5 อันดับ ระบุ มาแรงเบอร์ 1 เรื่องของภาวะเสี่ยงฟองสบู่แตก

จากรายงานข้อมูลการจัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจของภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกโดย สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ที่ได้นำเสนอ และอ้างอิงถึงสภาวะเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจไทย โดยเน้นย้ำถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค. ได้ศึกษา รายงานเรื่อง “ความเสี่ยงระดับภูมิภาคในการประกอบธุรกิจ (Regional Risk of Doing Business 2019) ที่จัดทำ เศรษฐกิจโลก ซึ่งระบุว่า ความเสี่ยงในการทำธุรกิจของภูมิภาคต่างๆยังมีความเปราะบางประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงเหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 225% ของจีดีพีโลก สะท้อนความอ่อนแอของภาคการเงินส่งผลเกี่ยวเนื่องต่อ ความเสี่ยงในด้านการจ้างงาน การจัดสวัสดิการของภาครัฐแก่ประชาชน และราคาพลังงาน

นอกจากนั้นสภาเศรษฐกิจโลก ได้จัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจทั่วโลกปีนี้ 10 อันดับแรก คือ 1.วิกฤตทางการเงิน 2.การโจมตีทางไซเบอร์ 3.ภาวะการว่างงาน 4.วิกฤตราคาพลังงาน 5.ความล้มเหลวของรัฐบาล 6.ความวุ่นวายทางสังคม 7.การโจรกรรมข้อมูล 8.ความขัดแย้งระหว่างรัฐ 9.การขาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 10.เศรษฐกิจฟองสบู่

cr:เพจ World Economic Forum

ซึ่งความเสี่ยงในการทำธุรกิจสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกนั้น แบ่งเป็น 4 ด้าน คือ  ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเทคโนโลยี ด้านภูมิรัฐศาสตร์ และด้านเศรษฐกิจ โดยสรุป 10 อันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้แก่ 1.ภัยธรรมชาติ 2.การโจมตีทางไซเบอร์ 3.ความขัดแย้งระหว่างรัฐ 4.วิกฤตการณ์ทางการเงิน 5.เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่รุนแรง 6.เศรษฐกิจฟองสบู่ 7.การโจรกรรมข้อมูล 8.วิกฤตราคาพลังงาน 9.ภาวการณ์ว่างงาน 10.ความล้มเหลวของรัฐบาล

ส่วนความเสี่ยงในการทำธุรกิจในประเทศไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.เศรษฐกิจฟองสบู่ 2.ความล้มเหลวของรัฐบาล 3.การโจมตีทางไซเบอร์ 4.ภัยพิบัติทางธรรมชาติและโดยมนุษย์ และ 5.ความไม่มั่นคงทางสังคม