ไม่รอด ศาลรธน. ตัดสิน “ธนาธร” ถือหุ้นสื่อ ต้องพ้นเก้าอี้ส.ส.

101

วันที่ 20 พ.ย. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมเพื่อแถลงด้วยวาจาและลงมติในคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ร้องขอให้วินิจฉัยว่า สมาชิกภาพส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(3) จากกรณีถือหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่

ขณะที่นายธนาธร ได้เข้าพบ ส.ส.ของพรรคที่ห้องรับรองของ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่ห้องรับรองชั้น 3 รัฐสภาเกียกกาย โดยมี ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่จำนวนมาก เข้าให้กำลังใจนายธนาธรด้วยการจับมือ พร้อมกล่าวว่าสู้ ๆ โชคดีหัวหน้า รวมทั้งปรบมือ​ โดยนายธนาธรได้ทำมือชู 3 นิ้ว เพื่อแสดงถึงสัญลักษณ์ของการไม่ยอมแพ้
จากนั้นนายธนาธรและ ส.ส.ของพรรคร่วมเขียนข้อความจารึกพร้อมลายเซ็นหน้าประตูห้องรับรอง ส.ส.พรรคเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยนายธนาธร เขียนข้อความว่า “อนาคตใหม่ คือผู้คน และ การเดินทาง”
นายธนาธร ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมั่นใจว่าจะรอดในคดีนี้ ส่วนผลคำพิพากษาจะกลายเป็นบรรทัดฐานของการตัดสินของศาลกรณีที่ ส.ส.​และ ส.ว. ซึ่งถูกยื่นให้พิจารณาคุณสมบัติความเป็น ส.ส.​หรือ ส.ว.ต้องพ้นไปเพราะถือหุ้นสื่อหรือไม่นั้น ต้องดูที่เจตนา

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

จากนั้นเวลา 13.45 น. นายธนาธร เดินทางมาถึงศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมภรรยา นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมีแฟนคลับมารอให้กำลังใจจำนวนมากขณะที่บรรดาตัวแทน ของสถานทูตมารับฟังคำวินิจฉัยด้วย ทั้งตัวแทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย สถานทูตสวีเดนประจำประเทศไทย และสถานทูตเบลเยียมประจำประเทศไทย และทางเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้แจ้งกับประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจว่า ศาลจะใช้เวลาอ่านนานพอสมควร ขอให้อยู่ในความสงบ อย่าละเมิดอำนาจศาล
ต่อมาเวลา 14.00 น.ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยสถานภาพ ส.ส.ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(3) เนื่องจากถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด เข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า นายธนาธรเป็นผู้ถือหุ้นสื่อบริษัทวี-ลัค มีเดีย โดยให้เหตุผลว่า บริษัทวี-ลัค มีเดียยังคงประกอบกิจการสื่อมวลชนในวันที่พรรคอนาคตใหม่ส่งรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. และการโอนหุ้นให้กับนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานั้น ไม่มีหลักฐานการเปลี่ยนแปลงการโอนหุ้น หลักฐานการเรียกเก็บเงินเช็คค่าหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดียล่าช้าถึง 128 วัน จึงถือว่าเป็นเรื่องผิดจากปกติ จึงถือว่านายธนาธรสิ้นสภาพการเป็นส.ส.

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเช่นนี้ส่งผลมีความผิดความเป็นส.ส.จะสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(7) ต้องพ้นจากการเป็น ส.ส.ทันที และส่งผลให้มีการดำเนินคดีอาญาในมาตรา 151 นี้ โดยได้กำหนดโทษไว้ว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่า ตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อ เพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 20 ปี โดย กกต.ต้องเสนอเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งต่อไป