สกลนครฯ ผวา ลืออ่างเก็บน้ำทะลัก “กรมชลฯ” แจงแค่ล้นแต่ยังไม่แตก

กรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีน้ำล้นอ่างเก็บน้ำ 4 แห่งในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เกิดจากฝนตกหนักในพื้นที่ ทำให้มีน้ำไหลลงอ่างฯจนเกินศักยภาพที่รับได้ เบื้องต้นเร่งสำรวจความเสียหายและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

Advertisement

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์น้ำ ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด หากเกิดปัญหาให้รีบดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน นั้น จากการติดตามสถานการณ์น้ำของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(Swoc) พบว่าฝนที่ตกหนักจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “เซินกา”(Sonca) ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร วัดปริมาณฝนสูงสุดในเขตอ.เมืองสกลนคร ได้มากถึง 130 มิลลิเมตร โดยในช่วงปลายเดือนกรฎาคมที่ผ่านมา รวมปริมาณฝนตกสะสมมากถึง 245 มิลลิเมตร ส่งผลให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก 4 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำบ่อ อ่างเก็บน้ำห้วยเดียก อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น และอ่างเก็บน้ำภูเพ็ก สรุปได้ดังนี้ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำบ่อ ความจุเก็บกักสูงสุด 2.43 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีความจุมากกว่าระดับเก็บกัก ร้อยละ 107 ระดับน้ำสูงกว่าระดับเก็บกัก 0.20 เมตร เหลืออีก 0.10 เมตร น้ำจะไหลข้ามทำนบดิน เร่งระบายน้ำออกจากอ่างฯอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มระดับน้ำลดลง ยังไม่มีส่งผลกระทบต่อตัวทำนบดินของอ่างฯแต่อย่างใด

อ่างเก็บน้ำห้วยเดียก ความจุเก็บกักสูงสุด 4.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ 4.53 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 108 ของความจุเก็บกัก ระดับน้ำสูงกว่าระดับเก็บกัก 1 เมตร เหลืออีกประมาณ 0.50 เมตร น้ำจะต่ำกว่าระดับสันเขื่อน ได้เร่งระบายน้ำออกจากอ่างฯอย่างต่อเนื่อง ตัวทำนบดินยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ความจุเก็บกักสูงสุด 2.66 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างฯลดลงเหลือ 1.33 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากก่อนหน้านี้มีน้ำล้นทำนบดิน และกัดเซาะสันเขื่อนลึกประมาณ 4 เมตร ยาว 20 เมตร ทำให้มีน้ำไหลออกจากอ่างฯลงสู่ด้านท้าย ไปรวมกับปริมาณน้ำในลำนำธรรมชาติที่มีปริมาณมากอยู่แล้ว จึงทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ด้านท้ายอ่างฯและถนนบางส่วน กรมชลประทาน ได้เร่งตรวจสอบความเสียหาย พร้อมหาแนวทางซ่อมแซมและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนแล้ว

อ่างเก็บน้ำภูเพ็ก ความจุเก็บกักสูงสุด 3.0 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯมากถึง 2.91 ล้านลูกบาศก์เมตร ได้เร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง และทำนบดินยังไม่ได้รับผลกระทบในขณะนี้

โดย เส้นทางการไหลของน้ำในเขตเมืองสกลนคร เกือบทั้งหมดจะไหลไปรวมลงสู่หนองหาร และระบายออกทางลำน้ำก่ำเพียงลำน้ำเดียว ก่อนจะไหลไปลงแม่น้ำโขง แต่เนื่องจากลำน้ำก่ำมีปริมาณน้ำเต็มความจุของลำน้ำแล้ว ทำให้การระบายน้ำจากหนองหาร ไม่สามารถระบายได้อย่างสะดวก จึงทำให้เกิดการท่วมขัง ในเบื้องต้น กรมชลประทาน ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 จุด ที่บ่อบำบัดน้ำเสีย จ.สกลนครและหนองสนม เพื่อเร่งระบายน้ำ หากไม่มีปริมาณน้ำมาเพิ่มเติมคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววันนี้

ส่วนกรณีที่มีข่าวลือเรื่องของอ่างเก็บน้ำห้วยทราย ที่อยู่ใกล้กับพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์แตกแล้ว นั้น กรมชลประทานขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า อ่างเก็บน้ำทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดสกลนคร ที่มีเต็มอ่างฯนั้น ยังไม่มีอ่างเก็บน้ำใดที่แตกร้าว ทุกอ่างฯยังมีความมั่นคงแข็งแรงดี

สำหรับการแก้ปัญหาในเบื้องต้น กรมชลประทาน ได้ระดมเจ้าหน้าที่และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพื้นที่ เพื่อวางแผนแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่อย่างเร่งด่วนแล้ว

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งระดมเครื่องจักร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ และกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมกับประสานกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในครั้งนี้

 

ภาพจาก แฟ้มข่าว ชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดสกลนคร https://www.facebook.com/newsreporterssakonnakhon/