“เอฟเอ”อังกฤษสั่งห้ามเด็กประถมโหม่งบอล ชี้เป็นอันตรายต่อสมอง

การโหม่งบอล ถูกสั่งห้ามในโรงเรียนฝึกสอนลูกหนังระดับชั้นประถมในอังกฤษ, สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ เนื่องจากหวั่นเกรงจะเกิดผลร้ายระยะยาวกับสมองของเด็ก

Advertisement

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ, สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือ ผ่านการเห็นชอบ ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ ถึงการเปลี่ยนแปลงกฏห้ามไม่ให้มีการโหม่งบอลในการซ้อมของเยาวชนจนกว่าจะจบการศึกษาในระดับชั้นประถม

หลังมีรายงานการศึกษาจาก FIELD ชี้ชัดว่า อดีตนักฟุตบอล มีอัตราการความเสี่ยงเสียชีวิตด้วยโรคระบบประสาทมากกว่าคนทั่วไปในช่วงอายุเท่ากันถึง 3.5 เท่า

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะไม่ให้มีการโหม่งบอลในการฝึกสอนขึ้นพื้นฐาน หรือระดับประถม และจะเริ่มให้มีการซ้อมโหม่งบอลได้เมื่อเข้าสู่การซ้อมระดับ 12 ปี-16 ปีขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการโหม่งบอลในแมตช์การแข่งขัน แต่อาจมีการกำหนดจำนวนครั้งในการโหม่งเพื่อให้เหมาะสมกับการแข่งขันในระดับเยาวชน

งานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ของ FIELD ใช้เวลา 22 เดือนเพื่อศึกษาข้อมูลกลุ่มอาการบาดเจ็บทางสมองของมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ กับฐานข้อมูลนักฟุตบอลในสกอตติชลีกที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป พบว่า จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 5 เท่าที่จะก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ เพิ่มขึ้น 4 เท่าในโรคประสาท และ 2 เท่าในโรคพาร์กิสัน

การศึกษาของ FIELD เริ่มต้นขึ้นหลังการรณรงค์จากเหตุการณ์เสียชีวิตด้วยโรคสมองเสื่อมในวัย 59 ปีของ เจฟฟ์ อัสเทิล อดีตดาวเตะของเวสต์บรอมวิช

โดยก่อนหน้านี้ทางฝากอเมริกา สมาคมฟุตบอลแดนลุงแซมคลอดกฎห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 11 ปีโหม่งบอล ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยมาแล้ว

สหพันธ์ลูกหนังสหรัฐฯ คลอดกฎเหล็กสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 11 ปีโหม่งบอลเด็ดขาด หลังเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเด็กในวัยนี้ที่มีโอกาสได้รับการกระทบกระเทือนทางศีรษะ

กฎดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากบรรดาผู้ปกครองของเด็กๆยื่นฟ้องสมาคมฟุตบอลอเมริกาเมื่อปีก่อน ฐานปล่อยปละละเลยเรื่องการป้องกันและรักษาเด็กที่ได้รับบาดเจ็บศีรษะจากการเล่นฟุตบอล

ด้วยเหตุนี้องค์กรลูกหนังแดนลุงแซมจึงมีมติร่างกฎห้ามทีมเยาวชนรุ่นอายุต่ำกว่า 11 ปี ของทุกทีมที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมโหม่งลูกบอล รวมถึงทีมชาติสหรัฐฯและสโมสรในศึกเมเจอร์ลีกด้วย

ขณะเดียวกัน พวกเขาเล็งลดปริมาณการฝึกซ้อมลูกโหม่งของทีมรุ่นอายุ 11 ปี และ 13 ปีด้วย