วิ่งเต้นโยกย้ายขรก.ปศุสัตว์ ฉายา“หมอ ต.”ผู้มากบารมี..แบบนี้ก็ได้เหรอ?

แม้วันนี้รัฐบาลจะผ่านพ้นศึก “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ไปได้แบบค้านสายตากรรมการ แต่ถือเป็นจังหวะเหมาะที่ฝ่ายบริหารต้องรีบกอบกู้ศรัทธาจากประชาชน หลังจากงบประมาณแผ่นดินปี 2563 ผ่านฉลุยไปทุกวาระแล้วก่อนหน้านี้

Advertisement

จะทุ่มงบหว่านเงินไปตรงไหนขอให้คำนึงถึงความคุ้มค่าของภาษีประชาชน มิใช่อัดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจแบบฝนตกไม่ทั่วฟ้าอย่างที่ผ่านมา เข้าตำรา “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” จะสูญเปล่าโดยใช่เหตุ

สำหรับบรรยากาศทั่วไปหลัง “ศึกซักฟอก 6 รัฐมนตรี” โดยเฉพาะในพื้นที่ฐานเสียงฟากฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลค่อนข้างจะคึกคักเป็นพิเศษ หลายพื้นที่มีการเฉลิมฉลองกับฐานเสียงอย่างเป็นกันเอง แต่เท่าที่ “นายเกษตรอินทรีย์” ไปร่วมสังเกตการณ์มานั้น นอกจากงานเลี้ยงดื่มกินกันแล้ว การพบปะกันระหว่าง ส.ส.กับประชาชนอย่างใกล้ชิด นำมาซึ่งการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้ตรงจุด โดยเฉพาะงานเลี้ยงฝ่ายการเมืองในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อวันก่อน ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างมาร่วมงานอย่างคึกคัก งานนี้จึงขาดเจ้าของพื้นที่อย่าง “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรฯ ไม่ได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะในห้วงที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ต้องการผู้นำใจถึงพึ่งได้มานำพาพรรคเก่าแก่ให้กลับมารุ่งเรืองเหมือนเช่นในอดีตอีกครั้ง

บรรยากาศงานเลี้ยงดำเนินไปอย่างเรียบง่าย บรรดาผู้บริหารกรมต่างๆในสังกัดกระทรวงเกษตรฯหากใครว่างไม่ติดภารกิจก็มาร่วมงานเลี้ยง ถือเป็นเรื่องปกติหากรัฐมนตรีไปงานเลี้ยงใด แล้วพบผู้ใหญ่ในกระทรวง ไม่ว่าจะระดับปลัดกระทรวงฯ หรืออธิบดีไปร่วมงานเลี้ยงด้วย เนื่องจากลักษณะการทำงานต้องประสานข้อมูลกันอย่างใกล้ชิดกับเจ้ากระทรวงอยู่แล้ว เวลามีประชุมหัวหน้าส่วนราชการในกระทรวง รมต.จะนั่งหัวโต๊ะ ส่วนปลัดกระทรวงและอธิบดีกรมต่างๆจะนั่งอยู่ภายในห้องประชุมอย่างพร้อมหน้า เพื่อถกปัญหาเกษตรกรแล้วหาแนวทางแก้ไขและป้องกันได้อย่างทันท่วงที

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ดังนั้นรมต.จะคุ้นเคยกับอธิบดีกรมต่างๆในสังกัดอยู่แล้ว แต่ถามว่าฝ่ายบริหารจะรู้จักรองอธิบดี ระดับซี 9 หรือต่ำกว่า ซี 9 ลงมาหรือไม่? ตอบแบบตรงๆว่า รู้จักแต่จำไม่ได้ทุกคนหรอก เพราะแต่ละกรมนั้นมีรองอธิบดีไม่ต่ำกว่า 3 คน ส่วนระดับผอ.สำนัก ซี 9 ไม่ต้องพูดถึง รมต.แทบไม่รู้จักหน้าด้วยซ้ำ ยิ่งระดับ ผอ.กอง ซี 8 ลงไปถึงระดับรองๆ อย่าง ซี 7 ด้วยแล้ว ใครเป็นใครหน้าตาอย่างไร รับผิดชอบงานด้านไหน เยอะแยะจนจำกันไม่หวาดไม่ไหว

แต่จู่ๆกลับปรากฏกายชายนิรนามเข้ามาร่วมวงงานเลี้ยงดังกล่าวแบบใกล้ชิด หากใครไม่รู้อาจนึกว่าเป็นทีมงานข้างตัวรมว.เกษตรฯด้วยซ้ำ!!

“นายเกษตรอินทรีย์” จึงอยากรู้จริงๆว่าเขาคนนั้นเป็นใคร สืบเสาะอยู่สักพักจึงรู้ว่าเขาคนนั้น จริงๆ ข้างๆ ตัว รมว.เกษตรถ้าสนิทๆ กัน ก็มักเอ่ยกันในหมู่ ขาเม้า …แหมมม.. อาทิ ดูหมอนี่สิทำเป็นจุ้ย แหมมม…ดูหมอนี่สิทำเป็นใกล้ชิดนาย

แต่บังเอิญๆ เรื่องเม้าๆ ที่ว่า ผู้ร่วมงานหลายขาเม้าหลายคนดันไปกระทบกับสายตากระทาชายรายหนึ่ง หมอนี่หลายคนเรียกหรือรู้จักในนามสมมุติ เป็น “หมอ ต.” ละกัน หมอนี่จัดได้ว่า เป็นผู้มากบารมี แต่จะเป็นคนของปศุสัตว์จริงหรือไม่? ก็ฝากให้คนในงานช่วยไปสืบความต่อเอาเองละกัน (อยากรู้เหมือนกัน)

แต่ที่แน่ๆ มาแล้วมาแบบไม่ธรรมดา คนในงานต่างตั้งข้อสังเกตุ จากตรงที่มีการเกณฑ์ลูกน้องคนสนิทนับสิบชีวิตมาร่วมงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย ลูกน้องหลายคนล้วนเป็นระดับหัวหน้า และอีกหลายคนก็อยู่ในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์ แบบนี้จัดว่าเป็นผู้มากบารมีจริงมั้ยหละ? แล้วจะเป็นข้าราชการคนของปศุสัตว์ด้วยหรือไม่? ไม่ฟันธง แต่ถ้าใช่…ดูเผินๆไม่น่าจะมีอะไรในกอไผ่ งานเลี้ยง “นาย” ส่งคนมาดูแลจะเป็นอะไรไป

และแล้วความสงสัยก็มาถึงจุดไคล์แม็กซ์ เมื่อมาถึงตรงประโยคเด็ดของ หมอนี่ หมอ ต. คนนี้  ที่อาจปล่อยวาระซ่อนเร้นในการแฝงตัวมาร่วมงานเลี้ยงดังกล่าวในทำนองว่า ห้วงเวลานี้กำลังมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกรมปศุสัตว์ ไม่ว่าจะระดับปศุสัตว์จังหวัด หรือผู้อำนวยการกองต่างๆ ไล่เรียงลงมาจนถึงหัวหน้าด่านปศุสัตว์ ตัวเขาเองแม้ว่าอาจจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิม แต่ขอฝากน้องๆเอาไว้เป็นมือเป็นไม้ โดยเฉพาะในส่วนที่ต้องดูแลผู้ประกอบการนำเข้า ในจังหวัดสำคัญๆ โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ภาคตะวันออก จะต้องทุ่มเท่าไหร่ก็ยอม!!!

อุแหมมมม ช่างกล้า เรื่องนี้ถ้าเป็นเรื่องจริงจะเหลืออะไรในระบบราชการไทย โดยเฉพาะในกระทรวงเกษตร ก็พูดราวกับการวิ่งเต้นโยกย้ายกลายเป็นเรื่องวิ่งวัววิ่งควายงานประจำจังหวัดดังในภาคตะวันออกไปซะงั้น …

ด่านกักกันสัตว์ กรมปศุสัตว์ (ภาพประกอบข่าว)

เรื่องแบบนี้ จริงหรือไม่?….ใครสนใจใคร่รู้ลองไปกระซิบถามคนในงานเอาเอง หลายๆ คนก็กังขาว่ากล้าพูดขนาดนี้เลยจริงหรือ? !! แล้วถ้าเกิดสมมุติว่าเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ระบบราชการไทยจะเหลืออะไร? ถ้าวิ่งเต้นกันได้ง่ายๆ แบบนี้อะนะ

ไม่รู้ว่า “หมอ ต.” ไปกินดีหมีที่ไหนมา จึงกล้ามาเอ่ยวาจาเช่นนี้กลางวงงานเลี้ยง หรือคงลืมไปว่า “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรฯ แม่ทัพใหญ่ ปชป.ในฐานะที่กำกับดูแลส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ กำลังปวดขมับกับปัญหาภัยแล้งที่ดูท่าจะรุนแรงกว่าทุกปี ส่วนปัญหายางพารา-ปาล์มน้ำมัน และพืชเกษตรตัวอื่นๆราคาก็ตกต่ำทำเอานอนแทบไม่หลับอยู่แล้ว ห้วงเวลานี้จิตวิญญาณของรมว.เกษตรฯคิดเรื่องเดียวเท่านั้นครับ จะทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรไทยลืมตาอ้าปากได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน.. หรือว่า “หมอ ต.” นึกถึงแต่ลูกก๊วนลูกหาบตัวเองต้องอยู่สุขสบายเท่านั้น จึงลืมไปว่าเกษตรกรไทยกำลังเผชิญวิบากกรรมจากภัยแล้งในขณะนี้.. แต่อย่างว่าถ้ากล้าเปิดหน้าสู้ราคา มองเป็นอื่นไปไม่ได้.. แสดงว่าต้องมีอะไรซ่อนเอาไว้ใต้พรมอีกเพียบ

นามสมมุติ หมอ ต. จริงๆ แล้วเป็นใคร ใหญ่ขนาดไหน? แล้วกล้าขนาดนี้จริงหรือ? ลองไปหาคำตอบจากผู้เข้าร่วมงานกันดูนะฮาล์ฟ แล้วที่ลึกลงไปกว่านั้น จับตาอย่างไม่กระพริบเลย การโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะในกรมปศุสัตว์ งานนี้ คงมันส์หยดติ๋ง ก็ถ้าเรื่องสมมุติเกิดเป็นจริงมีวิ่งเต้นกันโจ่งครึ้มขนาดนี้จริง เราประชาชนคนจ่ายภาษีจะอยู่เฉยนั่งดูอะไรแบบนี้ต่อไปได้ลงคอหรือ?

 

นายเกษตรอินทรีย์