โฆษกพรรคพช.ชี้รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ห่วงแต่ความมั่นคงไม่จริงใจปราบโควิด-19

น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ

โฆษกพรรคเพื่อชาติจวกรัฐบาลไม่จริงใจ ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพราะห่วงอำนาจ แก้ปัญหาเชื้อโควิด-19ไม่ตรงจุด

น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พช.) กล่าวว่าจากการที่นายกรัฐมนตรีแถลงขออำนาจที่ประชุมรัฐมนตรีประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน 1 เดือนเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แต่ในการแถลงมีแต่ข่มขู่ประชาชนว่าจะจับนักเลงคีย์บอร์ดบอร์ดที่เผยแพร่ข่าวปลอม แสดงออกถึงความต้องการที่แท้จริงในการจะประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่าต้องการหยุดเสียงเรียกร้องตำหนิของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล ไม่มีการกล่าวถึงรายละเอียดว่าจะแก้ไขปัญหาสถานการณ์โรคระบาดด้วยพ.ร.ก. ฉุกเฉินเช่นใดการแก้ปัญหาสถานการณ์โรคระบาด ผู้นำที่มีหน้าที่ตัดสินใจต้องมีวิสัยทัศนมองปัญหากว้างไกลและรอบคอบคิดทุกมิติปัญหาโรคระบาดโควิดที่ลุกลามจนเอาไม่อยู่เพราะความไม่แน่นอนและความสามารถในการตัดสินใจของรัฐบาลอ่อนด้อยรวมทั้งไม่มีวิธีคิดแบบองค์รวมทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายไม่ใช่ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายรัฐบาลรับมือกับสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดไม่ได้เพราะมุมมองที่มองปัญหาไม่ถูกต้อง

Advertisement

“รัฐบาลเลือกมองและตัดสินใจจากพื้นฐานความมั่นคงของอำนาจรัฐบาลมองไม่เห็นปัญหาแท้จริงว่าควรหยุดช่องทางการแพร่กระจายโรคตั้งแต่ยังไม่ระบาดในระยะแรกที่ทราบข่าวการมองของรัฐบาลเห็นแต่เรื่องเสียประโยชน์เฉพาะหน้ากลัวนักท่องเที่ยวหายเศรษฐกิจแย่จะทำให้หมดอำนาจเลยวิ่งไล่ตามแก้ปัญหารายวันแบบไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาตรงไหนก่อนดีแก้ตรงนี้กลัวผลกระทบตรงนั้นต่างคนต่างแก้แก้ไปสร้างปัญหาไปถึงระดับหน่วยงานรัฐสองหน่วยออกมาว่ากันเองว่าอีกฝ่ายปล่อยข่าวปลอม” น.ส.เกศปรียากล่าว

น.ส.เกศปรียา กล่าวอีกว่าดังนั้นการแก้ปัญหาจากวลีเอาอยู่จึงพัฒนามาสู่กระบวนการเอาไม่อยู่ด้วยการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินช่องทางกฏหมายมาสั่งห้ามประชาชนวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และยึดอำนาจจากรัฐมนตรีทั้งหมดมาสู่อำนาจทหารนำโดยพล.อ.ประยุทธ์ โดยเลือกใช้กฎหมายที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลลอยตัวไม่มีความผิดในการกดขี่และลิดรอนสิทธิประชาชนในห้วงเวลาที่รัฐบาลล้มเหลว ทั้งที่จริงถ้าจะเลือกใช้กฎหมายในการแก้ปัญหาควรเลือกใช้พ. ร. บ. โรคติดต่อซึ่งแก้ปัญหาตรงจุดมากกว่า

ทั้งนี้พรรคพช.ขอฝากว่าอย่าให้ความคุ้นเคยกับการใช้อำนาจเหนือประชาชนด้วยวิถีเผด็จการมาใช้วิธีการทางกฎหมายด้วยการใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินปิดปากประชาชนเพื่อความยืนยงในอำนาจแทนที่จะใช้พ.ร.บ.โรคติดต่อที่เป็นกฏหมายที่มีเนื้อหาตรงกับสถานการณ์โรคระบาดมากกว่า. ทั้งที่พล.อ.ประยุทธ์พยายามหาวิธีการสืบทอดอำนาจด้วยการจัดเลือกตั้งเพื่อสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตยอวดชาวโลกเมื่อปีที่แล้วผ่านมาไม่ครบปีดีจะกลับหลังหันไปหาอำนาจเบ็ดเสร็จอีกแล้ว