“กองเกียกกาย”..หัวใจหลักแห่งปากท้องกองทัพ

จากสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รัฐบาลได้ออกมาตรการฉุกเฉินให้ทุกคนอยู่ภายในเคหะสถานเพื่อป้องกันการรับเชื้อ และระบาดของโรคเกิดการกักตุนอาหารขึ้นทั่วทุกหัวระแหง ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะในภาวะฉุกเฉินตั้งแต่สมัยโบราณการสะสมเสบียงถือเป็นเรื่องปกติในกองทัพไทยมาแต่โบราณ หรือแม้แต่ชาติอื่นก็เช่นกัน

เรื่องของ “ระบบกองเสบียง” นี้ล่ะครับ โดยกองเสบียงหรือที่เอกสารฝ่ายไทยเราเรียกว่า “เกียกกาย” นั้นมีชื่อเดิมว่า “กรมฉางหลวง” ซึ่งเป็นกองงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมเกษตราธิการหรือ “กรมนา” หนึ่งในสี่กรมใหญ่หรือจตุสดมภ์ที่เรารู้จักกันนั่นล่ะครับ

Advertisement

สำหรับหน้าที่ของกรมฉางหลวง หรือกองเกียกกายนี้มีหน้าที่ในการจัดสรร และจัดหาเสบียงเข้ากองทัพ ซึ่งบรรดาเสบียงที่กองเกียกกายต้องรับเข้านั้นก็คือข้าว เนื้อสัตว์ เครื่องเทศ และเกลือ โดยข้าวนี้ก็ได้จากการเก็บเกี่ยวในนาหลวงและเป็นภาษีที่ราษฎรจ่ายให้ทางการ ส่วนเนื้อ เกลือ และเครื่องเทศนั้นน่าจะซื้อหาหรือเป็นส่วนภาษีมาจากชาวบ้าน โดยเฉพาะเกลือนี้ถือว่าขาดไม่ได้ และห้ามขาดเลยทีเดียวครับ
เพราะนอกจากเกลือจะมีสรรพคุณในการถนอมอาหารได้เป็นอย่างดีแล้ว เกลือยังถือว่าเป็นแร่ธาตุที่สำคัญที่ใช้ในการบำรุงร่างกายให้มนุษย์มีเรี่ยวแรงและความสดชื่นสำหรับกรำงานหนักๆได้อีกด้วย ซึ่งถ้าหากกองทัพไหนขาดเกลือขึ้นมาเมื่อไหร่ก็เตรียมแพ้หรือไม่ก็ถอยทัพกลับกันได้เลยล่ะครับ

นอกจากเรื่องของเสบียงคนแล้ว ก็ยังต้องมีเสบียงของสัตว์ในทัพเช่นหญ้าแห้ง เกลือ และฟางข้าวเพื่อใช้เป็นเสบียงสำหรับสัตว์พาหนะในกองทัพนับแต่วัว ควาย ม้า และช้างด้วยเช่นกัน จนเรากล่าวได้ว่าหน้าที่ของกองเสบียงในอดีตนั้นมีหน้าที่ดูแลทั้งคนและสัตว์ในกองทัพนั้นล่ะครับ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากองทัพหลวงจะมีกองเกียกกายอยู่แล้ว แต่กองกำลังเหล่าหัวเมืองเองก็จะต้องมีหน้าที่เบิกจ่ายเสบียงหัวเมืองเพื่อเลี้ยงดูกองทัพหลวงอีกส่วนหนึ่ง และพวกไพร่พลตามหัวเมืองต่างๆก็ยังต้องเตรียมเสบียงส่วนตัวไปด้วยในระดับหนึ่งเช่นกัน ด้วยเพื่อมิให้เป็นการเบียดบังเสบียงหลวงมากเกินไปครับ ซึ่งบรรดาเสบียงที่ทหารและไพร่พลมักจะพกติดตัวไปด้วยก็คือข้าวสารอาหารแห้งต่างๆเช่น เกลือ เครื่องเทศ และเนื้อสัตว์ต่างๆที่ตามแต่ตนจะสรรหามาได้ โดยบรรดาเมนูอาหารที่ทหารในกองทัพยุคก่อนจะกินกันนั้น ก็มักจะไม่พ้นพวกอาหารปรุงง่ายๆ อย่างเช่นข้าวหุง (ข้าวเจ้า) หรือข้าวนึ่ง (ข้าวเหนียว) ที่นำมาคลุกหรือปรุงรสกับเครื่องเทศอย่างพริกป่น ปลาแห้งป่น มะพร้าวคั่ว และเกลือเพื่อให้พอมีรสชาติและสารอาหารเสริมกำลังให้ออกไปรบได้ แต่ถ้าทหารคนไหนที่มีฐานะดีกว่าเพื่อน หรือเป็นพวกทหารหลวงก็อาจจะได้ทานอาหารชั้นดีขึ้นมาอีกหน่อยอย่างเช่นพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อปลาตากแห้ง ปลาย่างรมควัน เนื้อหมู วัว หรือควายแดดเดียวนั้นล่ะครับ

นอกจากบรรดาอาหารที่ทหารเตรียมมาจากบ้านหรือโดยการเบิกจ่ายของกองเกียกกายแล้ว กองทัพก็อาจจะได้เสบียงเพิ่มเติมได้ในกรณีที่มีการปล้นโจมตีเขตพื้นที่ชายแดนของข้าศึกหรือเข้าปิดล้อมตีเมือง โดยผู้นำกองทัพอาจจะเปิดโอกาสหรือมีคำสั่งให้ทหารที่เป็นพรานหรือนักล่ามือฉมังอยู่แล้ว ออกไปล่าสัตว์ในป่าละแวกนั้นอย่างเก้ง กวาง ละมั่ง เม่น หรือแม้แต่หมูป่ามาปรุงกินกันสดๆอีกด้วย หรือถ้าหากว่ามีสัตว์พาหนะที่บาดเจ็บล้มตายในภาวะสงคราม เช่นวัวควายที่หมดแรงจากการกรำงานหนักจนล้มลง ม้าและช้างที่ป่วยหรือถูกฆ่าตายในสงครามก็มีสิทธิ์ถูกนำมาแปรรูปเป็นอาหารในกองทัพได้เช่นเดียวกันล่ะครับ

เรื่องของกองเสบียงและอาหารในกองทัพไทยสมัยก่อนจึงมีฉะนี้แล…

ที่มา :

– อยุธยา ยศยิ่งฟ้า : ประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรมกรุงศรีอยุธยา ว่าด้วยวิถีชีวิตไพร่ฟ้าข้าไทย – สุจิตต์ วงษ์เทศ

– บันทึกเรื่องการปกครองของไทยสมัยอยุธยาและต้นรัตนโกสินทร์ : สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเรียบเรียงจากคำสอนของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช พ.ศ. ๒๕๑๖

เรื่องโดย..ภาสพันธ์ ปานสีดา