5 เงื่อนไขผ่อนคลายล็อกดาวน์โควิด สธ.เผยลุ้น32จว.ส่วน“กทม.-นนท์”ช้าสุด!

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้ม

เปิดเงื่อนไขผ่อนคลายล็อกดาวน์ กระทรวงสาธารณสุขเล็งกลุ่มจังหวัดเริ่มปลายเดือนเม.ย.นี้ ส่วนพื้นที่ไหน?จะเริ่มก่อนต้องพิจารณาไปตามสถานการณ์ ขณะที่ชาวกรุง-ชาวนนท์ อาจต้องรอยาวซักหน่อย  

Advertisement

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมเตรียมแนวทางการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด โดยมีทีมที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าร่วม โดย นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ที่ปรึกษาด้านวิชาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า “แม้ที่ประชุมจะเห็นตรงกันว่าจะมีการเปลี่ยนผ่านจากวิกฤตโควิดในปัจจุบัน ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป  แต่การเปลี่ยนผ่านจะไม่กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม ซึ่งอยู่ระหว่าง รมว.สธ.เซ็นหนังสือกรอบความคิดนี้เสนอต่อศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) และหารือภาคส่วนต่างๆ เพื่อทำเป็นมาตรการระดับประเทศต่อไป

นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ที่ปรึกษาด้านวิชาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

โดยเงื่อนไขสำคัญที่จะชี้วัดว่าจะมีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดหรือไม่จะขึ้นอยู่กับ เงื่อนไขต่างๆ ประกอบด้วย  1. กระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานสาธารณสุขทุกภาคส่วน ต้องมีความเข้มข้นในมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองคนที่เข้าประเทศ จำเป็นต้องมีการกักผู้เดินทางมาจากต่างประเทศตามมาตรฐาน 14 วัน เพราะยังมีการนำเชื้อจากต่างประเทศเข้ามา ทุกจังหวัดต้องมีระบบค้นหาผู้ติดเชื้อในกลุ่มเสี่ยง อยู่กันแออัด เช่น ในชุมชน แรงงานต่างชาติ หรือที่มีความเสี่ยงต่างๆ มาตรการสาธารณสุขจะเป็นพื้นฐาน จะไม่ยอมให้มาตรการด้านนี้หย่อนลง แต่จะต้องเพิ่มความเข้มข้นขึ้น การตรวจแล็บในทุกจังหวัด

  1. เรื่องของคนไทยทุกคน ทุกสังคม ทุกองค์กร ที่จะต้องสร้างข้อตกลงกันว่า เราทุกคนจะปฏิบัติในเรื่องของสุขลักษณะที่ถูกต้อง ได้แก่ ออกที่สาธารณะต้องสวมหน้ากากอนามัย การอยู่ห่าง เพราะฉะนั้น การใช้ชีวิตจะไม่เหมือนเดิม เช่น ไปสุมหัวกัน 10 กว่าคน จะต้องงดการชุมนุมต่างๆ เพราะถ้าเราไม่ช่วยกันจะกลับไปสู่การพบผู้ป่วยมากๆ ทั้งที่ควบคุมได้ดีแล้ว
  2. ภาคธุรกิจ ขณะนี้มีคนตกงาน 7-10 ล้านคน ภาคธุรกิจต้องปรึกษาหารือกัน ซึ่งขณะนี้หอการค้า สภาอุตสาหกรรม มีการหารือกันว่า กิจการใดเป็นกิจการเสี่ยงสูง เสี่ยงกลาง เสี่ยงต่ำ และพยายามปรับธุรกิจหรือกิจการต่างๆ ที่มีความเสี่ยงให้ลดความเสี่ยงลงน้อยที่สุด
  3. กิจการบางอย่างที่มีความเสี่ยงสูงมากจะต้องปิดยาว อย่างที่พิสูจน์ทราบการแพร่เชื้อโควิด ได้แก่ สถานบันเทิง ผับบาร์ คลับ คาราโอเกะ ไนต์คลับ สถานประกอบการที่มีกิจการทางเพศทั้งทางตรงทางแฝง สนามพนันบ่อน ต้องร่วมมือกันขอให้ปิดระยะยาว อนาคตถ้าจะปิดกิจการอะไรบางอย่างจะไม่ทำแบบครอบจักรวาล แต่จะทำเฉพาะจุดที่เป็นต้นกำเนิดของปัญหา ถ้าทำแบบนี้ได้ กิจการส่วนใหญ่ก็จะเดินหน้าได้

และ 5. เฝ้าระวังอย่างเรียลไทม์ ทันเหตุการณ์ ในระดับประเทศ จังหวัด และอำเภอ เพื่อรู้ว่าสถานการณ์แต่ละจุดเป็นอย่างไร ถ้าปกติก็เดินหน้าไป ถ้าเริ่มไม่ค่อยดีจะมีการเตือนและชะลอ จังหวะไหนมีอันตรายก็จะหยุด หรืออาจถอยกลับมาให้ทุกคนระวังตัวอยู่กับบ้าน ขึ้นกับพื้นที่และจังหวัด ถ้าทำทั้ง 5 ส่วนนี้ได้ก็จะมั่นใจว่าจะค่อยเดินไปข้างหน้า

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้ม

สำหรับมาตรการต่างๆ จะดำเนินการพร้อมกันหมด 77 จังหวัด แต่จะแบ่งเป็นพื้นที่ตามข้อมูลของ สธ.ที่มีการจัดกลุ่มจังหวัด คือ กลุ่ม 32 จังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยในรอบ 2 สัปดาห์ ถือว่ามีการติดเชื้ออยู่ในระดับต่ำ กลุ่มนี้ก็จะเป็นกลุ่มที่สามารถเปลี่ยนผ่านได้ในช่วงต้นเดือน พ.ค. แต่อาจจะมีการทดลอง 3-4 จังหวัดช่วงปลายเดือน เม.ย.ก่อน ขึ้นกับความพร้อม จากนั้น 2 สัปดาห์ถ้าสถานการณ์เรียบร้อยดี ก็จะเป็นกลุ่ม 38 จังหวัดที่มีการติดเชื้อประปราย คือกลาง พ.ค. เพราะถึงเวลานั้นจังหวัดเหล่านี้คงมีผู้ป่วยน้อย และจะเป็นกลุ่ม 7 จังหวัดที่มีการติดเชื้อต่อเนื่อง แต่ไม่มีการระบาดใหญ่ ก็จะเป็น 2 สัปดาห์ถัดไป คือ ต้น มิ.ย.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนพื้นที่เมืองหลวง และปริมณฑล กับการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล (กรุงเทพฯ-นนทบุรี) นพ.คำนวณกล่าวว่า ทั้ง 2 จังหวัดนี้เป็นกลุ่มสุดท้าย และการพิจารณาจะเน้นให้เป็นการพิจารณาในรูปแบบของแต่ละพื้นที่

สำหรับ 32 จังหวัด นำร่องแรก ได้แก่ น่าน กำแพงเพชร พิจิตร สิงห์บุรี อ่างทอง ชัยนาท บึงกาฬ ตราด ระนอง จันทรบุรี เพชรบูรณ์ แพร่ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด สุโขทัย
อุทัยธานี กาพสินธุ์ ชัยภูมิ นครนายก นครพนม พังงา. สกลนคร สตูล หนองบัวลาภู อำนาจเจริญ อุดรธานี พิษณุโลก แม่ฮ่องสอน ลพบุรี สระบุรี

ส่วน 38 จังหวัดที่เหลือเปิดในรอบ 2 กลางเดือน พ.ค.ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี เชียงใหม่ นราธิวาส กระบี่ กาญจนบุรี ขอนแก่น ชุมพร เชียงราย ตรัง ตาก นครปฐม นครราชสีมา นครศรีธรรมราซ นครสวรรค์. บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยุธยา พะเยา พัทลุง เพชรบุรี ระยอง. ราชบุรี ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สงขลา. สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สระแก้ว สุพรรณบุรี สุราษภร์ธานี สุรินทร์ หนองคาย อุตรดิตถ์ อุบลราชธานี

ส่วน 7 จังหวัดที่ยังพบผู้ป่วย และจะสามารถผ่อนปรนเปิดทำการเป็นกลุ่มสุดท้าย ต้น มิ.ย.ได้แก่ กทม ชลบุรี นนทบุรี ภูเกีต สมุทรปราการ ปัตตานี ยะลา (ข้อมูลจาก TPBS)