พระเจ้าอเล็กซานดรอสที่ 3 มหาราชแห่ง แห่งมาซิโดเนีย

เกร็ดเกี่ยวกับพระเจ้าอเล็กซานดรอสที่ 3 แห่งมาซิโดเนีย (Alexandros III) หรือก็คือพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช (Alexander the Great) ผู้เกรียงไกรนั่นเอง โดยเกร็ดที่ผมจะเล่านั้นเป็นเรื่องพระลักษณะเด่นในตัวของพระองค์

แน่นอนว่าหลายๆท่านอาจจะจินตนาการว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงเป็นกษัตริย์นักรบที่มีพระวรกายสูงใหญ่ หากแต่ในความเป็นจริงแล้วพระองค์ทรงเป็นชายหนุ่มร่างสันทัดต่างหากล่ะครับ เพราะมีบันทึกรายงานว่ากษัตริย์ผู้พิชิตโลกพระองค์นี้สูงเพียง 5 ฟุตหรือเพียง 150 ซม.เท่านั้น แต่กระนั้นก็ยังมีหลักฐานบางแห่งระบุว่าพระองค์น่าจะสูงราวๆ 5 ฟุต 5 นิ้วหรือราวๆ 161.5 – 162.5 ซม. ซึ่งด้วยความสูงเช่นนี้ก็นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับชาวกรีกในยุคนั้นหรอกครับ เพราะว่าชาวกรีกและบรรดาชนชาติต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในแถบแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อราวสองพันปีก่อนก็มีความสูงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 160 ซม.กันทั้งนั้นล่ะครับ เว้นแต่พวกที่อาศัยอยู่ในดินแดนทางเหนือ หรืออาศัยในเขตที่ราบสูงเท่านั้นที่อาจจะสูงได้ถึง 7 ฟุตเลยทีเดียว

Advertisement

อย่างเมื่อคราวที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ฯทรงยกทัพไปรบกับเหล่ากษัตริย์แห่งอินเดียในศึกแม่น้ำเจลัมหรือไฮดัสเปสนั้น ปรากฏว่าพระเจ้าโปรุส (King Porus) องค์จอมทัพของฝ่ายอินเดียที่กองทัพกรีกสามารถล้อมจับกุมตัวเอาไว้ได้นั้น ก็มีความสูงได้ถึง 7 ฟุตหรือ 2.10 ม. กันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพระองค์จะทรงเป็นชายหนุ่มร่างสันทัด แต่ในรายงานต่างๆได้ระบุว่าพระองค์ทรงเป็นหนุ่มรูปงาม มีพระฉวีวรรณละเอียดและสะอาด มีพระเกศาสีทองหรือน้ำตาลทองเหมือนกับขนแผงคอสิงโต แต่ว่าพระลักษณะที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นดวงเนตรของพระองค์ที่มีการยืนยันว่าทรงมี “ดวงเนตรสองสี” นี่ล่ะครับ

สำหรับหลักฐานที่อธิบายเรื่องสีดวงเนตรของพระองค์นี้มีปรากฏอยู่ในบันทึกของ “อาร์เรียน” (Arrian) นักประวัติศาสตร์และนักการทหารกรีกในกองทัพโรมันช่วงศตวรรษแรกได้รายงานว่า พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงมีดวงเนตรสองสีโดยข้างนึงเป็นสีเข้มที่ไม่ระบุสี และมีดวงเนตรอีกข้างหนึ่งเป็นสีน้ำเงิน

“the strong,
handsome commander with
one eye dark as the night
and one blue as the sky…”

แปลว่า

“พระองค์ทรงเป็นผู้บัญชาการรูปงามและแข็งแกร่ง ด้วยดวงเนตรข้างหนึ่งที่สีเข้มเหมือนกลางคืน และอีกหนึ่งที่มีสีน้ำเงินดังท้องฟ้า”

ส่วนใน “ตำนานอเล็กซานเดอร์” (Alexander Romance) ซึ่งเป็นงานวรรณกรรมในช่วงปลายยุคจักรวรรดิโรมัน ที่ได้กลายมาเป็นหนึ่งในหนังสือประวัติศาสตร์ที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในช่วงยุคกลางนั้นก็ได้ระบุอย่างละเอียดว่า

“For he had the hair of a lion and one eye was blue;
the right one was heavy lidded and black, and the left one was blue”

แปลว่า

“พระองค์ทรงมีพระเกศาดังสิงห์ และมีดวงเนตรข้างหนึ่งเป็นสีน้ำเงิน โดยดวงเนตรข้างขวานั้นเป็นสีดำเข้ม แลข้างซ้ายนั้นเป็นสีน้ำเงิน”

เพราะฉะนั้น ย่อมหมายความว่า ในความเข้าใจของชาวกรีก , โรมัน , หรือแม้แต่บรรดาชนชาติในตะวันออกกลางล้วนแต่ความเชื่อว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ทรงมีดวงเนตรสองสีอย่างแน่นอน โดยนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีได้สันนิษฐานว่า พระลักษณะอาการของดวงเนตรสองสีนี้เป็นอาการของโรค “เฮเทโรโครเมีย อิริดุม” (Heterochromia iridum) ซึ่งเป็นอาการของโรคดวงตาสองสีที่พบได้ทั้งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างสุนัขและแมว และโดยเฉพาะมนุษย์ด้วย แต่อาการนัยน์ตาสองสีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีนักหรอกครับ เพราะผู้ที่มีอาการเช่นนี้จะทำให้ดวงตาทั้งสองข้างมองเห็นภาพได้ไม่ชัดเสมอกัน หรืออาจจะพร่าเลือนจนถึงขั้นบอดไปด้วยเหมือนกันล่ะครับ

นี่ล่ะครับ เกร็ดคร่าวๆเกี่ยวกับพระลักษณะของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชล่ะครับ

ที่มา – https://en.wikipedia.org/wiki/Alexander_the_Great
https://www.history.com/news/eight-surprising-facts-about-alexander-the-great
https://akeratos.wordpress.com/2018/12/16/how-tall-was-alexander-the-great/
https://www.thoughtco.com/alexander-the-greats-hair-color-116833 http://www.wondersandmarvels.com/2013/10/alexander-the-great-and-the-giants.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Heterochromia_iridum

ที่มาของภาพ – https://www.artstation.com/artwork/q49xy

เรื่องโดย..ภาสพันธ์ ปานสีดา กลุ่มประวัติศาสตร์ฮาเฮ

https://www.facebook.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AE-1686097691645589/