กกต.จ่อโดนม.157หลังศาลยกคำร้องคดีซองทำบุญแจกใบส้ม“สุรพล”ถอนสิทธิเลือกตั้ง!!

ภพประกอบข่าวจากแฟ้ม

กกต. งานเข้า!! หลังเป็นผู้ร้องยื่นคำร้อง แจกใบส้ม “สุรพล” ผู้สมัครเชียงใหม่ จนเสียสิทธิเลือกตั้ง กรณีซองทำบุญ สุดท้ายศาลยกคำร้อง เผยผลวินิจฉัย การพูดไม่ใช่การหาเสียง มีลักษณะเป็นการพูดขอฝากเนื้อฝากตัว

Advertisement

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง อ่านคำวินิจฉัยคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบส้ม) และให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผู้คัดค้าน ในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ โดย กกต.ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2562 มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ.2562 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งลงวันที่ 24 ม.ค. 2562 เรื่องกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันรับสมัครรับเลือกตั้ง

กรณี กกต. กล่าวหาว่า การใส่ซองทำบุญให้กับพระสงฆ์จำนวน 2,000 บาท มีมูลความผิดตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (2) ฐานให้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใดในช่วงที่มีการเลือกตั้ง

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้ม

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพูดของผู้คัดค้านไม่ใช่การหาเสียง มีลักษณะเป็นการพูดขอฝากเนื้อฝากตัวอย่างไร จึงยังไม่เพียงพอให้รับฟังว่าผู้คัดค้านไปที่หอประชุมบ้านคู่ฮ้อสามัคคี โดยมีเจตนาเพื่อหาเสียงเป็นสำคัญ ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนยังรับฟังไม่ได้ว่าผู้คัดค้านถวายเงินจำนวน 2,000 บาท แก่พระครู เพื่อเป็นการสื่อให้ชาวบ้านเข้าใจว่าผู้คัดค้านได้บริจาคเงินสมทบให้แก่กองผ้าป่าสามัคคีของหมู่บ้าน เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองด้วยวิธีการให้เงิน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน อันจะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (2) ตามคำร้อง และเมื่อฟังว่าผู้คัดค้านไม่ได้กระทำความผิดตามคำร้องแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่จำต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ 8 ตามคำร้อง พิพากษาให้ยกคำร้อง

นายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

ด้านนายสุรพล เกียรติไชยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 8 จ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้พิพากษายกคำร้องข้อกล่าวหาเนื่องจากศาลเห็นว่า เงินดังกล่าวเป็นค่าเทียนสะเดาะเคราะห์ และในวันที่ไปทำบุญนั้น ไม่ได้พูดหาเสียง เพียงแต่ทักทายกับประชาชนเท่านั้น ไม่ได้ฝากเนื้อฝากตัวกับชาวบ้าน จึงยังไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่า เป็นการบริจาคเงินทำบุญให้กับวัดเพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเอง และไม่จำเป็นต้องชดใช้ค่าเลือกตั้งซ่อมตามคำร้อง

นายสุรพล กล่าวต่อว่า คดีนี้เป็นคดีแรกที่ ส.ส. ฟ้อง กกต. ได้รับชัยชนะ และใช้เวลาต่อสู้มา1 ปี 5 เดือน 5 วัน และตนถือว่าเป็นการยัดเยียดความผิดให้ วันนี้จึงเป็นวันที่ภาคภูมิใจในเกียรติยศที่ได้รับความยุติธรรมจากศาลฎีกา ได้คืนสิทธิและอำนาจในคะแนนจากประชาชนที่ได้ลงคะแนนให้ตน กว่า 5 หมื่นคะแนน ซึ่งเป็นคะแนนบริสุทธิ์”วันนี้จึงอยากให้ประชาชนเขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ได้รับทราบว่า ทุกคนได้คืนศักดิ์ศรีเกียรติยศ และผมได้รับความเป็นธรรมทุกอย่างถูกต้องไม่มีความผิด” นายสุรพล กล่าว

ขณะที่นายปกป้อง กลับวิเศษ ทนายความของนายสุรพล เกียรติไชยากร ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สมาชิกภาพ ส.ส. ของนายสุรพล ถือว่าเป็น ส.ส.โดยพฤตินัย เมื่อได้ทราบผลคะแนนชนะการเลือกตั้งแล้ว แต่ กกต. ได้มอบใบส้มให้นายสุรพล ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวในการเพิกถอนสิทธิ 1 ปี แต่หลังจากนั้น กกต.ได้นำข้อกล่าวหาดังกล่าวไปฟ้องร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อขอเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี และเมื่อศาลไต่สวนวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง ซึ่งไม่มีมูลแล้วจึงยกคำร้อง ดังนั้นทีมทนาย จะติดตามความชัดเจนจาก กกต.ว่า จะทำอย่างไรต่อคะแนนการเลือกตั้งกว่า 50,000 คะแนนที่นายสุรพลได้รับ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นเรื่องใหม่ และ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคภูมิใจไทย ที่ชนะการเลือกตั้งซ่อม จะยังมีสถานะหรือไม่ หรือจะให้นายสุรพล กลับมาเป็น ส.ส.ตามคะแนนที่ได้รับโดยชอบ

เบื้องต้น ทีมทนายได้ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จากการที่ไม่ได้ทำหน้าที่ ส.ส.จาก กกต.แล้ว จำนวน 70 ล้านบาท ฐานให้ใบส้มโดยมิชอบ ใช้อำนาจหน้าที่โดยละเมิด แต่ยังไม่ได้มีการฟ้องร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งหาก กกต. ยังไม่คืนสิทธิ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป