เผยข้อมูลม็อบแยกปทุมวันอาจโดนน้ำผสมสารเคมีที่กลายเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์หรือฝนกรดฉีดใส่!

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือ กรดกำมะถันแบบเดียวกับฝนกรด ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองเยื่อบุตา ทางเดินหายใจ และเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำ ก็จะกลายเป็นกรดกำมะถันอ่อนๆ ที่มีค่า Ph ประมาณ 6.5-6.9 เป็นเหตุให้ผู้ถูกน้ำสีม่วงจะมีอาการแสบคันตามผิวหนังได้

Advertisement

จากเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมในนาม “คณะราษฎร63” ที่แยกปทุมวัน ภายใต้การประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล และ ต้องย้ายที่ชุมนุมจากแยกราชประสงค์เนื่องจากถูกกระชับพื้นที่ ส่งผลให้เกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจ และผู้ชุมนุมในช่วงค่ำ (ประมาณ 19.30 น.16 ต.ค.63)

โดยตำรวจใช้น้ำผสมสารเคมีฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จนกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียล (บางสื่อบอกเป็นแก๊ซน้ำตา)  เกี่ยวกับน้ำที่ตำรวจใช้ SBN ค้นหาข้อมูลจากโลกโซเชียล โดยพบว่าน้ำดังกล่าว มีระบุไว้ในข้อมูลปี 2556 ซึ่งอาจจะเป็นชนิดเดียวกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้ (ข้อมูลจากเว็ปพันทิปดอทคอม) น้ำสีม่วงที่ตำรวจใช้กับผู้ชุมนุมคืออะไร?

สารเคมีที่ใช้ผสมเป็นสีม่วง คือ โปแตสเซียเปอร์แมงกาเนต (Potassium permanganate) หรือ ด่างทับทิม ที่ใช้ละลายน้ำแช่ผักผลไม้ตามบ้าน ผสมกับโซเดียมไธโอซัลเฟต (Sodium thiosulphate) เพื่อให้สามารถฉีดพ่นได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สารเคมี 2 ชนิดนี้ เมื่อทำปฏิกิริยากันแล้ว จะทำให้เกิดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือ กรดกัมมะถันแบบเดียวกับฝนกรด ที่มีฤทธิ์ทำให้ผู้ที่สัมผัสกับสารนี้ เกิดอาการระคายเคืองเยื่อบุตา ทางเดินหายใจ และเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำ ก็จะกลายเป็นกรดกำมะถันอ่อนๆ ที่มีค่า Ph ประมาณ 6.5-6.9 เป็นเหตุให้ผู้ถูกน้ำสีม่วงจะมีอาการแสบคันตามผิวหนังได้ ข้อแนะนำ คือ ถ้าโดนน้ำสีม่วงต้องล้างน้ำ หรือ เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนออก (ที่มา:ข้อมูลปี2556)

ซึ่งตรงกับข้อมูลจากการให้ข่าวของ พ.ต.อ .ณัฐพล โกมินทรชาติ ผกก.กก.1 บก.อคฝ. ผ่านเว็ปไซต์ไทยรัฐออนไลน์ โดยอธิบายว่า แก๊สน้ำตาที่นำมาใช้มี 3 ชนิดคือ แบบขว้างลักษณะคล้ายกระป๋องทำให้เกิดควันฟุ้งกระจาย แบบแป้งฝุ่น และ แบบสารเคมีใส่สีผสมน้ำฉีดใส่ผู้ชุมนุมโดยใช้รถดับเพลิงขนาดใหญ่ หรือ รถจีโน่ เมื่อถูกผู้ชุมนุมจะรู้สึกแสบร้อนเหมือนโดนแก๊สน้ำตา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ผสมแก๊สน้ำตาชนิดน้ำลงไปในรถ ซึ่งนำเข้าจากประเทศอเมริกา ส่วนน้ำที่มีสีม่วงใช้สำหรับควบคุมฝูงชนนั้น เป็นการใช้สีผสมลงไปเพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความกลัว และสีดังกล่าวยังล้างออกยากเมื่อถูกตามร่างกาย โดยเป็นหนึ่งในยุทธวิธีของตำรวจ ในการแบ่งแยกกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากประชาชนทั่วไป เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์การชุมนุมได้ง่ายขึ้น โดยใช้ทั่วไปในต่างประเทศมีหลากหลายสี ที่นิยมคือ ม่วง น้ำเงิน เขียว

ผลสรุปน้ำดังกล่าวคือน้ำผสมสารเคมี ที่แม้ทางเจ้าหน้าที่จะยืนยันว่า เป็นการปฏิบัติตามหลักสากล แต่ก็ยังคงส่งผลต่อร่างกายให้ได้รับบาดเจ็บได้ และน่าจะเป็นสารชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในปฏิบัติการที่แยกปทุมวัน จนส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย