สถานการณ์เปลี่ยน  ครูต้องเปลี่ยนให้เท่าทัน ในสภาวการณ์โลกที่เปลี่ยนไป

บทบาทใหม่ของ “ครู” ในยุค The Fourth World Revolution กับปัจจัยกระทบอย่าง โรคไวรัสโคโรนา 2019 การศึกษาควรจะเป็นเช่นไร? กับการก้าวไปสู่อนาคตที่ท้าทาย

Advertisement

นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นมาจนกระทั่งปัจจุบัน สังคมโลกต้องบันทึกเอาไว้เป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ว่า สภาพสังคมและเศรษฐกิจของโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบทำลายล้าง (Disruption) จนถึงขั้นที่เรียกว่า เป็นการปฏิวัติโลกครั้งที่ 4 (The Fourth World Revolution)

เทคโนโลยีใหม่ (New Technology) และภัยจากโรคไวรัสโคโรนา 2019 ได้ทำให้เกิด “การทำลายล้าง” (Disruption) แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสภาพสังคมและเศรษฐกิจของโลกที่ทุกคนประสบพร้อมกันและรู้สึกสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน มีผลกระทบกับทุกคนทั่วโลก ไม่เลือกเพศ ชาติ ศาสนา ภัยจากการแพร่ระบาดของ Virus Covid 19 สร้างความวิตก กังวล หวาดกลัวให้กับทุกคน จนกระทั่งเกือบจะทุกประเทศทั่วโลกประกาศปิดประเทศ (Lock Down) รวมทั้งประเทศไทย

ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวเร่งให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบทำลายร้างเช่นนี้มีหลายปัจจัย เช่น Virus Covid 19, New Technology เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะปฏิวัติสภาพสังคมและเศรษฐกิจของโลกให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แต่จะเกิดวิถีชีวิตแบบใหม่ เรียกว่า “ความปกติแบบไม่ปกติ” หรือ “New normal” แม้กระทั่งระบบการศึกษาในทุกประเทศเองก็ได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว การจัดการเรียนการสอนจึงไม่เหมือนเดิม โรงเรียนต้องปิดเรียนทั้งหมด ครูและนักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ แต่การเรียนรู้ของนักเรียนไม่สามารถหยุดชะงักได้

ผศ.ดร.กัลยา ชนะภัย ประธานหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

ดังนั้น “ครูจึงต้องปฏิรูปการสอนของตนเองไปด้วยโดยปริยาย” ถือเป็นความท้าทายใหม่ (New Challenges) ที่ครูต้องเปลี่ยนแปลงตนเองให้เท่าทันเหตุการณ์!!

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านระบบ Online โดยการนำเอาเทคโนโลยีมาช่วยในการเรียนการสอน ครูต้องนำเอาวิธีการเรียนรู้ทางไกลผ่านการเรียน Online เข้ามาใช้จัดการเรียนการสอนทางไกล จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เตรียมบทเรียน ทำแผนการวัดผลประเมินผลแบบใหม่ โดยที่นักเรียนสามารถเรียนจากทางบ้าน (Learn from home) ผ่านสื่อเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้การเรียนของนักเรียนไม่หยุดชะงัก สิ่งเหล่านี้คือสถานการณ์จำเป็น หรือไฟต์บังคับที่ครูต้องปฏิรูปการสอนของตนเอง

การจัดการเรียนการสอน Online ผ่านสื่อ เทคโนโลยี โดยเรียนที่บ้านผ่านช่องทาง Educational Technology Online นั้น ครูจะต้องมีการเตรียมการและปรับปรุงหรือปฏิรูปอีกหลายอย่าง เช่น ปฏิรูปการวัดผล ประเมินผล ปฏิรูปเนื้อหาวิชาเรียน จัดรายวิชาที่ใช้ฝึกทักษะประสบการณ์ออกจากการสอนในชั้นเรียนให้เป็นการออกไปฝึกประสบการณ์จริง โดยทำเป็นโครงงาน หรือเป็นการสั่งการหรือออกเป็นใบงานให้นักเรียนได้ออกไปหาแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริงในสังคม

การจัดเนื้อหารายวิชาจึงไม่จำเป็นต้องนำความรู้ทุกอย่างมาบรรจุไว้ในห้องเรียน วิชาที่จัดเรียนในชั้นเรียนก็จะลดลง เนื้อหารายวิชาที่ไม่จำเป็นก็จะลดลง เวลาเรียนในชั้นเรียนก็จะลดลง วิชาหลายอย่างที่เคยบรรจุไว้ในห้องเรียน เช่น คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ พลศึกษา การงานพื้นฐานอาชีพ ฯลฯ นักเรียนสามารถหาความรู้ได้เองจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ในชุมชนของตน

นักเรียนจะได้รับประสบการณ์จริงมากกว่าที่จะช่วยให้นักเรียนกล้าเผชิญโลกและกล้าตัดสินใจได้ด้วยตนเองเมื่อถึงคราวจำเป็น การวัดประเมินผลการเรียนรายวิชาทฤษฎีก็จะใช้การสอบ Online ผ่านคำถามแบบเลือกตอบ (Multiple Choice) หรือเขียนตอบ (Writing Examination) หรือให้นำเสนอ (Presentation) ให้เขียนรายงานผลการเรียน (Paper Report, Oral Report) หรือการสอบแบบทำที่บ้าน (Take Home Examination) ก็ได้

ส่วนการประเมินผลการเรียนในวิชากิจกรรมทักษะที่ไปเรียนมาจากแหล่งเรียนรู้ข้างนอกให้ประเมินเพียงว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ทักษะความรู้ความชำนาญพิเศษที่ผู้เรียนหามาได้ภายนอกก็ใช้วิธีการเทียบโอนหน่วยการเรียนเหมือนกับการจัดการศึกษานอกโรงเรียน

ด้วยปัจจัยที่เป็นตัวเร่งดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้ครูต้องปฏิรูปตนเองนั้น ในฐานะที่เราเป็นสถาบันผลิตครู เป็นครูของครู ลองทบทวนตนเองว่าเรานั้นได้เป็นครูที่พร้อมในการปฏิรูปการสอนให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปหรือยัง?

 

ผศ.ดร.กัลยา  ชนะภัย ประธานหลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต  สาขาวิชาการประถมศึกษา  คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต