BAM ปรับโครงสร้างองค์กรรองรับการเติบโตธุรกิจ! ตั้ง“บัณฑิต อนันตมงคล”นั่งเก้าอี้ CEO

BAM จัดทัพปรับกลยุทธ์เดินหน้าธุรกิจรับปี 2564 เน้นก้าวทันธุรกิจในยุคเทคโนโลยี พร้อมแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศ 

Advertisement

คณะกรรมการบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ในการประชุมครั้งที่ 19/2563 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2563  มีมติแต่งตั้ง นายบัณฑิต อนันตมงคล กรรมการบริษัทฯ ดำรง ตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุน พร้อมทั้งแต่งตั้ง นายสมพร มูลศรีแก้ว ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจ และรักษาการรองผู้จัดการใหญ่ สายจำหน่ายทรัพย์ ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป

การปรับโครงสร้างองค์กรดังกล่าว ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) จะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้บริหารสูงสุดในคณะผู้บริหารฝ่ายจัดการ และมีผู้จัดการใหญ่ (President) 2 ตำแหน่ง คือ ผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจ และผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุน ประกอบกับวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนปัจจุบันจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2563

นายบัณฑิต อนันตมงคล กรรมการและ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรักษาการผู้จัดการใหญ่ BAM

ทั้งนี้ นายบัณฑิต เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2562 และได้แสดงให้คณะกรรมการเห็นว่า เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีแนวคิดที่ทันสมัย และมีประสบการณ์สูง ซึ่งคณะกรรมการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตที่การดำเนินธุรกิจมีความไม่แน่นอนสูงและเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น CEO จึงต้องมีความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจทั้งในส่วนที่พวกเราคุ้นเคย (Traditional Business) และส่วนที่จะต่างไปจากเดิม (Non-Traditional Business) ในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว (Digital Transformation & Disruption) รวมทั้งการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนายบัณฑิต ถือเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม

สำหรับ นายสมพร ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ BAM  ที่ผ่านมาได้มีผลงานในการขับเคลื่อนกิจการของบริษัทได้เป็นผลสำเร็จมีผลประกอบการที่ดีจนเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้น การแต่งตั้งดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจ จะช่วยให้การบริหารงานของ BAM มีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างองค์กรในระยะต่อไป ซึ่งจะยกระดับงานด้านพัฒนาสินทรัพย์และจำหน่ายทรัพย์ปริมณฑล จึงมี ความจำเป็นที่จะต้องมีผู้บริหารที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในงานดังกล่าว นอกจากนี้ ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มีการส่งผ่านความรู้และความเชี่ยวชาญไปสู่ผู้บริหารรุ่นถัดไปอีกด้วย