ใช้วัคซีนโควิดเป็นตัวประกัน? รัฐตั้งโต๊ะรอเงินบริจาค ชูความหวังแก้ระบาดรอบใหม่(รอบสอง)

ไม่พ้นต้องเรี่ยไร สุดท้ายวัคซีนโควิดของคนไทย อาจต้องใช้เงินบริจาคจากประชาชน “ธ.กรุงไทย” เปิดแพลตฟอร์มรอ ขอ 1 ล้านคนๆ ละ 500 บาท ตกลงโควิดระบาดรอบใหม่ (รอบสอง) รัฐหรือประชาชนที่ต้องรับผิดชอบ? 

Advertisement

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด ที่ไม่ให้เรียกว่าเป็นการระบาดรอบสอง แต่ให้ให้คำว่า “การระบาดรอบใหม่” และเริ่มส่อเค้าทวีรุนแรงในหลายจังหวัด โดยมีผู้ติดเชื้อต่อเนื่อง ที่ล่าสุด (21 ธ.ค.63) ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ 382 ราย ยอผู้ป่วยสะสม 5,289 ราย

ขณะที่ความหวังยังคงอยู่กับเรื่องของการผลิตวัคซีน โดยหลายประเทศเตรียมใช้วัคซีนเข้ามาแก้ไขปัญหาการพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงในประเทศไทยที่มีการเตรียมการผลิตวัคซีนออกใช้เองเช่นเดียวกัน จนกลายเป็นคำถามถึง “งบประมาณ” ที่จะนำมาใช้ดำเนินการว่า

            จะเอาเงินผลิตวัคซีนโควิดมาจากไหน? ซึ่งก็อาจมีคำตอบในส่วนนี้ออกมาให้เห็นบ้างแล้ว!

กับกรณี “นายผยง ศรีวณิช” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตามที่มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรซ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับองค์กรพันธมิตร จัดทำโครงการรับบริจาค เพื่อสนับสนุนนักวิจัยไทย ค้นคว้า วิจัย และผลิตวัคซีนต้านโควิด- 19 ในประเทศไทย (วัคซีนของคนไทยเพื่อคนไทย) โดยมีเป้าหมายรับบริจาคเงินจาก 1 ล้านคน คนละ 500 บาท จะเริ่มเปิดรับบริจาคมาตั้งแต่ วันที่18 ธันวาคม 2563

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย

สำหรับการเปิดแพลตฟอร์มนี้ เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงิน (payment) ให้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถรองรับการรับบริจาคจากประชาชนจำนวน 1 ล้านคน เนื่องจากระบบการชำระเงินของธนาคาร มีความพร้อมและสามารถรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากในเวลาเดียวกัน เห็นได้จากการสนับสนุนโครงการต่างๆ ของภาครัฐหลายโครงการในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีจำนวนผู้ลงทะเบียนพร้อมกันจำนวนมาก เช่น ชิมช้อปใช้ เราไม่ทิ้งกัน และคนละครึ่ง เป็นต้น

ซึ่งนอกจากการทำแพลตฟอร์มรองรับการบริจาคแล้ว ธนาคารได้ร่วมประชาสัมพันธ์โครงการ “วัคซีนเพื่อคนไทย” ผ่านสื่อต่างๆ ของธนาคาร เพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมกันบริจาค เป็นการสนับสนุนให้เกิดการผลิตวัคซีนโควิด-19 เพื่อคนไทย ” นายผยงกล่าว

เรื่องราวของวัคซีนโควิด ที่เป็นความหวังในการหยุดการแพร่ระบาดรอบใหม่ (โควิดระบาดรอบสอง) กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล เมื่อผลสำรวจ (โพล) หลายๆ สำนักระบุถึงกรณีการระบาดรอบใหม่ ซึ่งผู้เข้า    สำรวจมองเป็นความ “ประมาทการ์ดตก” ของภาครัฐเอง (อ้างอิงจากซูเปอร์โพล)

ภาพประกอบข่าวจากแฟ้ม

“ดร.นพดล กรรณิกา” ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เหตุปัจจัยแพร่โควิดรอบใหม่ กรณีศึกษาประชาชนทุก-สาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,188 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา  โดยพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.7 ระบุส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบหลักสกัดโควิดตั้งแต่ต้นน้ำ ต้องแก้ไขเร่งด่วน แรงงานต่างด้าวแพร่โควิด คือ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง

นอกจากนี้ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.7 ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นส่วนราชการที่มีหน้าที่รับผิดชอบหลัก สกัดโควิดตั้งแต่ต้นน้ำ ต้องแก้ไขเร่งด่วน แรงงานต่างด้าวแพร่โควิด

และที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.5 ระบุส่วนราชการที่ใส่เกียร์ว่าง ไม่ยอมทำงาน ปล่อยปละละเลยการคัดกรองที่เข้มงวด รับเงินใต้โต๊ะ ยังมีอยู่ทั่วไป ในขณะที่ร้อยละ 98.3 ระบุกระทรวงแรงงาน เป็นส่วนราชการที่มีหน้าที่หลักสกัดโควิดตั้งแต่ต้นน้ำ ต้องแก้ไขเร่งด่วน แรงงานต่างด้าวแพร่โควิด”

ความเห็นของประชาชนผ่านผลสำรวจ (โพล) ที่ระบุชัดถึงการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 เป็นความประมาทของภาครัฐ ท่ามกลางการเตรียมแพลตฟอร์มให้ประชาชนบริจาคเงินเพื่อช่วยผลิตวัคซีน นี่อาจเป็นความย้อนแย้ง ที่ชาวโซเชียลและประชาชนทั่วไป คลางแคลงใจ !!

        และอาจมีคำถามที่ว่า การระบาดรอบใหม่ของโควิด-19 ในครั้งนี้ ใครกันที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ รัฐหรือประชาชน?

กับคำที่ผู้มีอำนาจที่มีส่วนเกี่ยวข้องมักหยิบยกนำมาใช้ เราจะไปด้วยกัน, เราจะสู้ไปด้วยกัน, เราจะก้าวไปด้วยกัน เราจะชนะไปด้วยกัน, หรือตกลงแล้วความรับผิดชอบการแพร่ระบาดรอบใหม่ของโควิด -19 ก็หวนกลับไปที่การ “เรียกรับบริจาคจากประชาชน โดยมีวัคซีนเป็นเดิมพัน” แบบนั้นใช่หรือไม่?

ซึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นข้อสังเกตุที่ว่า ถ้าหยุดโควิดได้ เป็นผลงานของภาครัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นทุนของประชาชนตาดำๆ ที่ทั้งต้องเสี่ยงแถมต้องควักกระเป๋ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจากความประมาทการ์ดตกของภาตรัฐเอง  สมมุติถ้าเป็นเช่นนี้จริงก็อาจหวนกลับไปมองที่สัจธรรม ….สุดท้ายกรรมมักตกอยู่กับประชาชน แบบนั้นก็เป็นเรื่องชวนให้คิดได้เหมือนกัน …

 

กองบรรณาธิการ SBN