ถอดรหัสสายพันธุ์มฤตยู!!จาก“โควิดผู้ดี”ถึง“โควิดแอฟริกาใต้ – บราซิล”ที่วัคซีนอาจเอาไม่อยู่!!

ทำความรู้จักโควิด 3 สายพันธุ์สุดร้ายกาจ วัคซีนฉีดแล้วยังเสี่ยง หมอดังวอนอย่าให้เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศ หวั่นคุมไม่อยู่ หลังไทยเจอโควิดผู้ดีเล่นงานอยู่ในเวลานี้

Advertisement

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ระลอกใหม่ ที่ไทยต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ โดยมีการแพร่ระบาดผ่านสถานบันเทิง ที่หลายฝ่ายหวั่นวิตกว่าจะเป็นการแพร่ระบาดที่ควบคุมยาก อีกทั้งประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจะเป็นห้วงเวลาที่มีการเคลื่อนย้าย และมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดสูงมาก

ศ.ดร.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เปิดเผยผ่านรายการ “โหนกระแส” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ระบุโดยสรุปส่วนหนึ่งเกี่ยวกับ โควิดแต่ละสายพันธุ์ โดยเฉพาะโควิดสายพันธุ์สหราชอาณาจักร (โควิดสายพันธุ์อังกฤษ) หรือ “โควิดผู้ดี” ว่า “ตอนเกิดการแพร่ระบาดที่อู่ฮั่น ประเทศจีนแล้วแพร่ไปทางตะวันตก ซึ่งเกิดข้อสังเกตุถึงการแพร่กระจายที่เร็วกว่าตอนเกิดที่อู่ฮั่น ประเทศจีน และเริ่มมีการค้นพบสายพันธุ์นี้ โดยสายพันธุ์สหราชอาณาจักรพบอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงเดือนกันยายนปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งขยับจาก 2 ใน3 ของการระบาดในอังกฤษ ในปัจจุบันขยายเป็น 4 ใน 5 เกือบ 90 % ของการแพร่ระบาดในสหราชอาณาจักร หรือ อังกฤษ ซึ่งพบว่ามีการพัฒนาทางรหัสพันธุ์กรรมของไวรัสตัวนี้ที่ทำให้เกิดการแพร่กระจายได้เร็ว

ภาพประกอบจากเพจ sirirajpr

โควิดสายพันธุ์นี้ มีชื่อว่า B.1.1.7 พบว่าอาการของการติดเชื้อไม่ได้รุนแรงมากขึ้นไปกว่าสายพันธุ์เดิม แต่มีการแพร่ระบาดรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลต่อเรื่องของการเข้ารับการรักษา และการมีสถานพยาบาลเพื่อรองรับกับจำนวนผู้ป่วยที่มาก ซึ่งส่งผลต่ออัตราการตาย

ตอนนี้หลายประเทศเป็นห่วงไม่อยากให้เกิดการระบาดมากเกินไป เพราะจะส่งผลให้เกิดอัตราการตายสูง เพราะทรัพยาการในการดูแลรักษามีไม่เพียงพอ”

นอกจากโควิดสายพันธุ์ผู้ดี ที่เป็นที่กังวลกันถึงการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นแล้วสำหรับประเทศไทยในเวลานี้ ยังมีโควิดอีกสองสายพันธุ์ ที่ ศ.ดร.ประสิทธิ์ ให้ความรู้เพิ่มเติมพร้อมกับแสดงความวิตกกังวล “ไม่อยากให้เกิดการแพร่ระบาด หรือ เข้ามาแพร่ระบาดในประเทศ” ด้วยอีกว่า “ในเวลานี้สายพันธุ์ที่ห่วงมากกว่านั้นอีกมีอีก สองสายพันธุ์ คือสายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.35 ) และ สายพันธุ์บราซิล (P.1) ซึ่งต้องเฝ้าระวังเต็มที่อย่าให้เข้ามาแพร่ระบาดได้ สายพันธุ์แอฟริกาใต้ บริษัทวัคซีนอย่าง แอสตร้าเซเนก้า ไฟร์เซอร์ และโมเดอร์น่า ระบุว่าโควิดสายพันธุ์แอฟริกา ประสิทธิภาพของวัคซีนอาจด้อยลง

ขณะที่สายพันธุ์บราซิล มีการนำข้อมูลระบุว่าทั่วโลกเริ่มกลับมาสู่สภาพการแพร่ระบาดเหมือนกับช่วงเดิมอีกครั้ง มีผู้ติดเชื้อวันละ 600,000 กว่าราย และบราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่สถานการณ์การแพร่ระบาดถือว่าแย่มาก มีการแพร่ระบาดที่รุนแรงมาก และเป็นการแพร่ระบาดจากสายพันธุ์ของบราซิลเองกว่า 80%ซึ่งพบการแพร่ระบาดในสหรัฐฯ และใน อังกฤษ” คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าว

นอกจากนี้ข้อมูลจากสำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานถึงการแพร่ระบาดของ “ไวรัสโควิด-19” ทั้งสามสายพันธุ์ โดยสายพันธุ์สหราชอาณาจักร (โควิดผู้ดี) แพร่ระบาดแล้วกว่า 50 ประเทศ และมีแนวโน้มที่อาจจกลายพันธุ์อีกครั้ง ขณะที่สายพันธุ์แอฟริกาใต้ พบการแพร่ระบาดใน 20 ประเทศ และสายพันธุ์บราซิลพบในสหรัฐฯ และในอังกฤษ

คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ยังกล่าวถึงการแพร่ระบาดล่าสุดของโควิดระลอกใหม่ ที่มีการระบุกันว่ามาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ว่า “เวลานี้การแพร่ระบาดจากทองหล่อก็มาจากสายพันธุ์สหราชอาณาจักร ซึ่งจะต้องนำเอามาเป็นบทเรียนอย่าให้สายพันธุ์แอฟริกาใต้ และสายพันธุ์บราซิลเข้ามาได้ และแม้ว่าในเวลานี้วัคซีนที่มีอยู่จะมีศักยภาพเพียงพอกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์สหราชอาณาจักร เพราะสายพันธุ์นี้ได้มีการศึกษาและรับรู้ข้อมูลตั้งแต่การผลิตวัคซีน แต่สำหรับอีกสองสายพันธุ์ (สายพันธุ์แอฟริกาใต้ –บราซิล) นั้น ยังไม่รู้ และวัคซีนที่มีในเวลานี้อาจเอาไม่อยู่” ศ.ดร.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กล่าว

สำหรับไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศไทย เท่าที่พบจะพบโควิดสายพันธุ์อู่ฮั่น ส่วนที่มีการระบาดระลอกใหม่ก่อนหน้านี้  เป็นสายพันธุ์เมียนมา (B.1.36.16) (ข้อมูลโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย) และล่าสุดกับการแพร่ระบาดของสายพันธุ์สหราชอาณาจักร หรือโควิดอังกฤษ โควิดผู้ดี

นอกเหนือจากการติดตามเฝ้าระวังตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวัน และการติดตามในเรื่องของ มาตรการภาครัฐ ที่จะมีออกมาเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 แล้ว คงต้องติดตามเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ละสายพันธุ์ที่จะเกิดขึ้น

เพราะหลายสายพันธุ์เป็นเสมือนมฤตยู ที่ทั้งกลายพันธุ์ และระบาดได้รวดเร็ว และยังมีอีกหลายสายพันธุ์ที่มีทั้งความน่ากลัว และความซับซ้อน ท้าทายประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการบ่งชี้ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทย ว่าจะเป็นไปในทิศทางใดในอนาคต ….

กองบรรณาธิการ SBN เรียบเรียง

ข้อมูลจาก รายการโหนกระแส ช่อง 3 , BBC ,โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ภาพประกอบจากเพจ sirirajpr (คณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดล)