วัคซีนทิพย์?แอสตร้าเซนเนก้าของขาด! รพ.เลื่อนฉีดเหตุมีไม่พอ ส่วน“ลุงตู่”จัดเข็ม2แล้ว

เลื่อนฉีดวัคซีนโควิด-19  AstraZeneca “รพ.วชิรพยาบาล” บอกมีไม่พอขอเลื่อนวันฉีดออกไปก่อน ส่วนที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีเฉพาะของ ซิโนแวค เท่านั้น ขณะที่นายกฯ ได้ฉีด AstraZeneca เข็ม 2 แล้ว ย้ำสถานการณ์แพร่ระบาดรวมถึงวัคซีนในเวลานี้ “เอาอยู่”

Advertisement

โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ประกาศแจ้งว่า “ผู้รับบริการที่มีนัดรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เข็มที่ 2 ระหว่างวันที่ 25 พ.ค.- 4 มิ.ย. 2564 หลังรับการฉีดเข็มที่ 1 ระหว่างวันที่ 23 มี.ค. – 5 เม.ย. 64 ไปแล้ว ทางโรงพยาบาลฯ ขอเลื่อนการฉีดวัคซันในเข็มที่ 2 ออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า เมื่อทางโรงพยาบาลได้รับวัคซีนมาแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ส่วนที่ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แจ้ง ตั้งแต่วันนี้ (24 พ.ค.) ที่ศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ มีเฉพาะวัคซีนซิโนแวคให้บริการ ซึ่งผู้สูงอายุเกิน 60 ปี สามารถฉีดได้ แต่หากประสงค์รับแอสตร้าเซนเนก้า ให้เลื่อนวันนัดได้

ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข็มที่ 2 ณ ชั้น 7 อาคารเฉลิมพระเกียรติ สถาบันบำราศนราดูร จังหวัดนนทบุรี โดย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ให้กับนายกรัฐมนตรี

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนว่า ประชาชนทุกจังหวัดจะได้รับฉีดวัคซีนโดยปรับให้สอดคล้องกับปริมาณวัคซีนที่เข้ามาและสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้รัฐบาลได้มีการเตรียมแผนรองรับในการดูแลรักษาประชาชนให้เพียงพอ ทั้งแพทย์ พยาบาลบุคลากรสาธารณสุข โรงพยาบาลสนาม เตียง อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ ด้วย

cr:www.bloomberg.com

ซึ่งประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ทั้ง AstraZeneca และ Sinovac รวมถึงวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ ที่จะมีเข้ามาเพราะมีระบบการตรวจสอบที่เข้มงวดและรัดกุมให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานทางด้านสาธารณสุข แม้อาจจะมีผลข้างเคียงบ้างแต่ก็ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งวันนี้ตนเองก็มารับการฉีดวัคซีนเพราะเชื่อมั่นในคุณภาพและประสิทธิภาพ ความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอทั้งก่อนและหลังการฉีดวัคซีน ซึ่งสิ่งสำคัญขณะนี้คือการกระจายสถานที่ในการฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง โดยมีทั้งของภาครัฐและเอกชนและภาคธุรกิจที่ได้มีการเตรียมสถานที่การฉีดวัคซีนไว้แล้ว

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงสถานการณ์วัคซีนในขณะว่า นี้ ปริมาณวัคซีนที่มีอยู่และขีดความสามารถในการให้บริการของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดในขณะนี้ ซึ่งหลายจังหวัดเป็นพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะประเด็นแรงงานทั้งแรงงานก่อสร้างและแรงงานในภาคอุตสาหกรรมและกลุ่มที่มีการแพร่ระบาดในกรุงเทพฯ รวมถึงกลุ่มบุคลากรครูที่ต้องเตรียมเปิดภาคเรียนในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ยืนยันว่าสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ แต่ขอให้ทุกคนเข้าใจและไม่เผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน เพราะอาจเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ทั้งนี้การทำงานอาจมีปัญหาบ้างแต่เมื่อมีปัญหาก็ต้องแก้ไขปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทุกวัน รวมทั้งบริหารจัดการวัคซีนตามสถานการณ์ความรุนแรงในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ขอให้มั่นใจการดำเนินการของรัฐบาลและระบบสาธารณสุขในการดูแลประชาชนทุกคน

.